ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > การวางแผนงานสำนักงาน

การวางแผนงานสำนักงาน


การวางแผนงานสำนักงานหมายถึงอะไร  องค์ประกอบ  กระบวนการวางแผนงาน  ตัวอย่างคำถามการวางแผนงานสำนักงาน

ผู้ตั้งกระทู้ สุภาภรณ์ พรหมเมือง :: วันที่ลงประกาศ 2007-03-23 07:50:58 IP : 203.113.17.161


[1]

ความเห็นที่ 1 (870048)

วิชาอะไรครับ เคยมีคนถามเหมือนกัน เรียนอะไรครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เว็บ วันที่ตอบ 2007-03-23 09:03:41 IP : 124.121.139.39


ความเห็นที่ 2 (870060)

บทที่ 1
ความหมาย ความสำคัญของงานสำนักงาน

ความหมายของงานสำนักงาน
การปฏิบัติงานในสำนักงานนับว่าเป็นงานที่มีความสำคัญที่องค์การธุรกิจประเภทต่าง ๆ ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจประเภทผลิตสินค้า ขายสินค้า งานสำนักงานมักเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่ด้วยในทุก ๆ หน้าที่ เพื่อให้งานมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น งานสำนักงานเป็นงานที่เป็นศูนย์รวมการให้บริการอำนวยความสะดวกแก่บุคคลภายใน และภายนอกหน่วยงานทุกระดับ
สำนักงาน คือ สถานที่ที่ใช้สำหรับปฏิบัติงานในด้านเอกสาร หนังสือหรือข้อมูลข่าวสาร สำนักงานถือเป็นเสมือนหัวใจและมันสมองของการบริหารงานทั่วๆ ไป ในวงราชการเอกชนและรัฐวิสาหกิจ สำนักงานเป็นศูนย์รวมของการบริหารงานด้านต่าง ๆ เช่น งานสารบรรณ งานบัญชี
บทบาทหลักของงานสำนักงาน คือ การให้บริการแก่หน่วยงานอื่น ทุกองค์การมีความจำเป็นที่จะต้องมีสำนักงาน เพื่ออำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ แก่บุคคลภายในและบุคคลภายนอกองค์การ
Lewis Kelling ให้ความหมายของคำว่าสำนักงาน ไว้ว่า หมายถึง สถานที่ที่มีการโต้ตอบจดหมาย การจัดเตรียมเอกสารรายงาน การจัดเก็บเอกสาร และการบริหารงานเอกสาร
George R. Terry อธิบายถึงลักษณะของสำนักงานไว้ว่า งานสำนักงาน หมายถึง การดำเนินงานกับข้อมูลให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนด โดยอาศัยปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่ บุคลากร อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ วัสดุอุปกรณ์ งบประมาณ และระบบต่าง ๆ เข้าด้วยกัน โดยอาศัยหลักการจัดการ คือ หลักการวางแผน การจัดองค์กา การบริหารงานบุคคล การอำนวยการและการสั่งการ การประสานงานและควบคุมงาน เพื่อให้ได้ตามวัตถุประสงค์ขององค์การนั้น
J.C. Denyer ได้ให้ความหมายของงานสำนักงานไว้ว่า เป็นการจัดองค์การภายในสำนักงานให้บรรลุจุดมุ่งหมาย จัดแบ่งหน้าที่โดยใช้บุคลากร อุปกรณ์และวิธีปฏิบัติให้เหมาะสม รวมถึงการจัดสภาพแวดล้อมที่ดี
Zone K. Quible ได้ให้ความหมายของสำนักงานไว้ว่า เป็นศูนย์กลางของข้อมูลโดยรวบรวมจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่ได้ดำเนินการนำมาจัดระบบอย่างเหมาะสม

George R. Terry ได้อธิบายลักษณะของงานสำนักงานไว้ว่า สำนักงานมีลักษณะดังนี้
1. ลักษณะงานส่วนใหญ่ของสำนักงาน จะประกอบไปด้วยงานพิมพ์ งานโต้ตอบจดหมาย งานคำนวณ งานออกแบบและวางแผน มีลักษณะเป็นงานเอกสาร (paper work) ซึ่งมีเรื่องที่เกี่ยวกับงานภายใน และเรื่องที่มาจากงานภายนอก
2. หน้าที่ให้ความสะดวก (Facilltating Function) คือ งานสำนักงานเป็นงานอำนวยความสะดวกหรือสนับสนุนผลงานของหน่วยงานอื่น ในสำนักงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การปรับปรุงงานสำนักงานให้รวดเร็วยิ่งขึ้น การจัดระบบการทำงานให้ง่ายขึ้น เป็นการช่วยให้พนักงานภายในหน่วยงานเกิดความคล่องตัวในการดำเนินงานในเรื่องต่าง ๆ และช่วยให้บุคคลผู้มาติดต่อได้รับความสะดวกรวดเร็วในเรื่องราวที่มาติดต่อ
3. งานให้บริการ (A Service Work) งานสำนักงานเป็นงานที่ช่วยให้บริการ หรือเสริมงานหลักอื่น ๆ ของสำนักงาน เช่น งานประชาสัมพันธ์ การประสานงานกับหน่วยงานอื่น และแก่บุคคลทั่วไปทั้งภายในและภายนอกองค์การ
4. ปริมาณงานสำนักงานขึ้นอยู่กับองค์ประกอบภายนอกสำนักงานไม่สามารถควบคุมได้ เช่น จำนวนลูกค้า จำนวนจดหมายโต้ตอบติดต่อที่มีมายังหน่วยงาน จำนวนผู้ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงาน จำนวนการซื้อขายสินค้า ปริมาณการให้บริการแก่ลูกค้า
5. งานสำนักงานมีส่วนก่อให้เกิดผลกำไรแก่ธุรกิจในทางอ้อม เพราะงานสำนักงานเป็นงานทีให้บริการแก่หน่วยงานอื่น สามารถสร้างความประทับใจ อำนวยความสะดวกรวดเร็วได้จึงถือว่ามีส่วนร่วมในการสร้างกำไนในทางอ้อมแก่ธุรกิจ เช่น การจัดทะเบียนประวัติลูกค้า การติดต่อลูกค้ารายใหม่
6. งานสำนักงานเป็นงานที่ต้องอาศัยคุณสมบัติหรือคุณภาพส่วนบุคคลในการปฏิบัติ เช่น ความปราณีต ความสะอาดเรียบร้อย ความสวยงามถูกต้อง และการมีมนุษยสัมพันธ์อันดียิ้มแย้มแจ่มใส

ความสำคัญและขอบเขตของงานสำนักงาน
งานสำนักงานเป็นงานที่มีความสำคัญที่ทุกหน่วยงานไม่ว่ากิจการจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ จะต้องมีการจัดให้มีเป็นสำนักงาน เพื่ออำนวยความสะดวก รับเรื่องราว เอกสาร การติดต่อต่าง ๆ
แต่งานสำนักงานมิได้มีหน้าที่เพียงแต่รับส่งเอกสารเท่านั้น แต่ยังมีหน้าที่อื่น ๆ อีกมากมาย เช่นการดูแลความสะอาดของอาคารสถานที่ การประชาสัมพันธ์ งานพัสดุ งานบุคลากร งานจัดซื้อ ฯลฯ งานเหล่านี้จะมีงานสำนักงานเข้าไปแทรกอยู่และช่วยเสริมสร้างความเข้าใจอันดีทั้งภายในและภายนอกหน่วยงาน ซึ่งสามารถสรุปได้ว่างานสำนักงานมีขอบเขตดังนี้
1. เป็นสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมขององค์การ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการ การเป็นศูนย์กลางของข้อมูลข่าวสาร การบริหารการตัดสินใจสั่งการ ควบคุมการ
2. เป็นส่วนที่ดำเนินการในด้านต่าง ๆ ให้องค์การสามารถอยู่รอดได้ มีความมั่นคง เจริญเติบโต สร้างภาพพจน์ต่อองค์การ
3. เป็นแหล่งกลางในการรวบรวมข้อมูลและข่าวสาร เพื่อประโยชน์ในการวางแผนงานในอนาคตให้บรรลุวัตถุประสงค์ และเป้าหมายขององค์การ
4. เพื่อสนับสนุนการทำงานของสายงานหลัก ซึ่งเป็นหน่วยงานทีสร้างรายได้ ผลกำไรให้แก่องค์การ เช่น งานการตลาด การจัดซื้อ การบริการ การประชาสัมพันธ์ งานกฎหมาย งานการเงินและบัญชี
5. สำนักงานเป็นส่วนสนับสนุนให้องค์การได้รับการยอมรับความเชื่อถือในการดำเนินกิจกรรมของหน่วยงาน มีความสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมภายในและภายนอกองค์การ
6. สำนักงานเป็นศูนย์กลางของการดำเนินงานแยกต่างหากจากศูนย์กลางการผลิต เช่น โรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ต้องมีสำนักงานกลางตั้งอยู่ในทำเลที่สะดวก ง่ายต่อการติดต่อ สามารถเป็นศูนย์กลางในการรับส่งข้อมูล
7. สำนักงานจัดตั้งขึ้นเพื่อประโยชน์ในการแข่งขันทางธุรกิจ เพื่อให้อยู่ในฐานะที่สามารถได้เปรียบคู่แข่งขันในด้านการต้อนรับ การบริการ การติดต่อลูกค้า
หากหน่วยงานใดไม่ให้ความสำคัญในการบริหารงานสำนักงาน ทำให้เกิดข้อบกพร่องที่มองเห็นได้ดังนี้
1. สำนักงานหรือองค์การนั้นอยู่ในสภาพที่ขาดระเบียบ สกปรก ไม่ได้รับการดูแลรักษาให้อยู่ในสภาพที่ดี
2. การดำเนินงานมีความล่าช้า ได้รับคำตำหนิมีข้อผิดพลาด คำร้องเรียนบ่อย ๆ งานไม่เสร็จทันตามกำหนดเวลา
3. คุณภาพของงานไม่ได้มาตรฐานที่ควรเป็น ไม่สามารถเทียบกับสำนักงานอื่น ๆ ได้มีข้อบกพร่อง
4. จำนวนของผู้มาขอใช้บริการหรือรับบริการลดน้อยลง และไม่ประทับใจในการติดต่องานในแต่ละครั้ง
5. พนักงานในสำนักงานไม่พึงพอใจในงาน เบื่อหน่าย ไม่ยิ้มแย้มแจ่มใสหรือสนุกกับงานอาจเนื่องมาจากงานไม่ดี หรือการบริหารไม่ถูกต้อง สภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย
6. เกิดการสิ้นเปลือง สูญเสียทรัพยากรมากเกินความจำเป็น มีข้อผิดพลาดสูง ทำให้ค่าใช้จ่ายสูงตามไปด้วย
7. อัตราการเข้าออกจากงานของพนักงาน (Turnover) สูง อาจเป็นเพราะสภาพแวดล้อมของสถานที่ทำงาน หรือระบบการบริหารที่ขาดประสิทธิภาพ เกิดจากความไม่เป็นธรรม ไม่มีการจูงใจพนักงาน

สำนักงานโดยทั่วไปควรประกอบด้วยขอบเขตหน้าที่ ดังนี้
1. งานเอกสาร หมายถึง งานโต้ตอบ ติดต่อ การบริหารงานเอกสาร งานธุรการ งานสารบรรณ การบันทึก การรายงาน การจัดเก็บเอกสาร งานประชุม
2. งานเลขานุการ ถือเสมือนเป็นภาพพจน์ขององค์กรนั้น ได้แก่ การให้บริการงานเลขานุการให้แก่สำนักงานนั้น เช่น การจดบันทึกการรายงาน การนัดหมายงานติดต่อต้อนรับ การประสานงานในเรื่องต่าง ๆ
3. งานการเงินและการบัญชี หมายถึง การรับ-จ่ายเงินประเภทต่าง ๆ การเบิกจ่ายเงินเพื่อใช้ในการดำเนินงาน การเก็บรักษาเงิน การจัดทำงบการเงินต่าง ๆ เช่น งบดุล งบกำไรขาดทุน ฯลฯ
4. งานจัดทำแผนงาน หมายถึง การกำหนดแผนงานหลัก แผนงานระยะสั้น แผนระยะยาว แผนการดำเนินงาน แผนการปฏิบัติงาน ให้สามารถดำเนินการอย่างราบรื่นตามแผนที่วางไว้
5. งานภาษีอากร หมายถึง การจัดวางแผนการชำระภาษี การบริหารงานภาษีอากร ภาษีเงินได้นิติบุคคล การจ่ายภาษีและการขอคืนภาษี
6. งานพัสดุ หมายถึง การจัดหา การจัดซื้อพัสดุอุปกรณ์ครุภัณฑ์ เครื่องมือเครื่องใช้ เช่นโต๊ะ เก้าอี้ ตู้ เครื่องมือต่าง ๆ เพื่อใช้ในการทำงานของฝ่ายต่าง ๆ รวมถึงการรับสิ่งของ การตรวจสอบพัสดุคงเหลือ ฯลฯ
7. งานอาคารสถานที่ หมายถึง การจัดอาคารสถานที่ บำรุงรักษาให้สวยงามน่าอยู่ ซ่อมแซ่มส่วนที่ชำรุดเสียหาย ตกแต่งให้สวยงามสะอาดเรียบร้อย เช่น ห้องอาหาร ห้องน้ำ อาคารสำนักงานรวม ฯลฯ
8. การติดต่อสื่อสาร หมายถึง การจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกในการติดต่อสื่อสาร การให้บริการติดต่อสื่อสาร เช่น โทรศัพท์ทุกประเภท โทรสาร การรับ-ส่ง อีเมล์ อินเตอร์เน็ต
9. งานพิธีกรรมและกิจกรรมต่าง ๆ งานนี้อาจจัดเป็นกิจกรรมพิเศษก็ได้ หมายถึง งานพิธีต่าง ๆ ที่จัดให้มีในแต่ละรอบปี กิจกรรมของสังคม กิจกรรมของพนักงาน เช่น การจัดนิทรรศการประจำปี การเปิดตัวสินค้า งานครบรอบวันก่อตั้งบริษัทฯ งานสังสรรค์ประจำปี ฯลฯ
10. งานประชาสัมพันธ์ หมายถึง การสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างองค์กรภายในและภายนอกองค์กร การจัดทำสื่อต่าง ๆ เผยแพร่กิจการของหน่วยงาน การให้บริการด้านประชาสัมพันธ์แก่บุคคลภายในและภายนอกหน่วยงาน
11. งานพิธีกรรมและกิจกรรมต่าง ๆ งานนี้อาจจัดเป็นงานกิจกรรมพิเศษก็ได้ หมายถึง งานพิธีต่าง ๆ ทีจัดให้มีขึ้นในแต่ละรอบปี กิจกรรมของสังคม กิจกรรมของพนักงาน เช่นนิทรรศการประจำปี การเปิดตัวสินค้า งานต้อนรับผู้บริหารใหม่ งานสังสรรค์ประจำปี ฯลฯ
ภารกิจทั้งหมดนี้ เป็นงานที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของสำนักงาน ผู้บริหารสำนักงานมีหน้าที่ควบคุมดูแลงานเหล่านี้ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ เพราะหากเกิดข้อบกพร่อง จะทำให้เกิดความเสียหายแก่สำนักงานได้

กิจกรรมในสำนักงาน

ในสำนักงานทุกแห่งทั่วไป มีกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะต้องปฏิบัติมากมาย ซึ่งสามารถจัดแบ่งกิจกรรมต่างๆ ออกได้เป็นดังนี้
1. จัดองค์การสำนักงานให้มีประสิทธิภาพ ได้แก่งาน
1.1 กำหนดว่ามีงานอะไรบ้างที่จะต้องทำ (กำหนดภาระหน้าที่หลักของหน่วยงาน)
1.2 กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างงานต่างๆ ไว้อย่างชัดเจน ไม่มีความซ้ำซ้อนกัน
1.3 มอบหมายอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบแก่บุคคลต่าง ๆ ตามตำแหน่ง
1.4 กำหนดความรับผิดชอบของพนักงานแต่ละตำแหน่งไว้อย่างชัดเจน
2. จัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกทางกายภาพในสำนักงานให้เพียงพอ ได้แก่
2.1 จัดแผนผังสำนักงาน จัดวางเครื่องใช้สำนักงานและเครื่องมือต่าง ๆ ให้เหมาะสมสวยงาม เพียงพอแก่ความต้องการใช้งานทั้งในปริมาณและคุณภาพ
2.2 จัดให้มีแสงสว่างอย่างพอเพียง ไม่ทำให้เสียสุขภาพตา จัดสภาพแวดล้อมทางสุขอนามัยที่ดี
2.3 ขจัดเสียงรบกวนต่าง ๆที่ทำลายบรรยากาศการทำงาน
2.4 จัดให้มีการถ่ายเทอากาศอย่างพอเพียง ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ
2.5 การรักษาความปลอดภัยภายในสำนักงาน
3. กำหนดรายละเอียดประกอบการจัดหาเครื่องมือเครื่องใช้ และวัสดุสำนักงาน เพื่อกำหนดคุณสมบัติของเครื่องมือเครื่องใช้สำนักงานให้เกิดความสะดวกในการจัดซื้อ
4. จัดให้มีเครื่องมือติดต่อสื่อสาร และการให้บริการอย่างพอเพียง ได้แก่ เครื่องมือที่ใช้ในงาน ดังนี้
4.1 งานโต้ตอบจดหมาย งานพิมพ์ งานอัดสำเนา เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ดีดไฟฟ้า
4.2 งานเก็บเอกสาร เช่น ตู้เก็บเอกสาร แฟ้มเอกสาร
4.3 งานรับ-ส่งหนังสือ และไปรษณีย์ภัณฑ์ เช่น เครื่องจ่าหน้าซองจดหมาย
4.4 งานให้บริการโทรเลข โทรศัพท์ โทรสาร เช่น เครื่องโทรศัพท์ชนิดพิเศษ ระบบชุมสายโทรศัพท์ ISDN, การใช้บริการพิเศษของการสื่อสารแห่งประเทศไทย
4.5 งานประชาสัมพันธ์ ได้แก่ เครื่องมือสื่อสารต่าง ๆ ที่มีความทันสมัย การใช้สื่อประชาสัมพันธ์ที่เหมาะสม
4.6 งานให้บริการส่งหนังสือ และข่าวสารภายใน เช่นบอร์ดติดประกาศ
5. รักษาสัมพันธภาพอันดีระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง
5.1 จัดให้มีการควบคุมงานอย่างเหมาะสมและพอเพียง
5.2 วิเคราะห์งานและประเมินค่างาน
5.3 พิจารณากำหนดระดับเงินเดือน ค่าตอบแทนที่เป็นธรรม
5.4 คัดเลือกบุคคลเข้าทำงานโดยพิจารณาจากความสามารถ ประสบการณ์ รวมทั้งความรับผิดชอบ
5.5 ฝึกอบรมและพัฒนาพนักงานให้มีทักษะในการปฏิบัติงาน
5.6 จูงใจพนักงานในสำนักงาน
6. วิเคราะห์งานและปรับปรุงวิธีปฏิบัติงานในสำนักงาน โดย
6.1 ศึกษาเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวในการทำงานและหาวิธีทำงานให้ง่ายเข้า
6.2 กำหนดเวลามาตรฐานของงานแต่ละชนิด
6.3 กำหนดวิธีปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ
6.4 ศึกษาเทคนิคการปรับปรุงงาน และทำการปรับปรุงงานที่เป็นปัญหา
7. ควบคุมงานในสำนักงาน
7.1 การควบคุมคุณภาพงาน
7.2 การประเมินผลการปฏิบัติงาน
7.3 กำหนดเวลาการทำงาน
7.4 จัดทำคู่มือการปฏิบัติงาน
7.5 จัดทำงบประมาณ และเก็บบันทึกค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงาน
7.6 การรับฟังข้อเสนอแนะและข้อตำหนิติเตียนจากบุคลอื่น ๆ

William H. Leffingwell ได้รับการขนานนามว่าเป็นบิดาของการจัดการสำนักงาน เพราะเป็นคนแรกทีได้นำหลักเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์ไปใช้ในสำนักงาน และได้เขียนตำราการจัดการสำนักงานแบบวิทยาศาสตร์ (Secientific Office Management) เพื่อนำไปใช้ในการปฏิบัติงานในสำนักงานใหม่ประสิทธิภาพ โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้
1. การวางแผน (Plan) เป็นหน้าที่แรกในการปฏิบัติงานสำนักงานเพราะจะทำให้ทราบล่วงหน้าว่ามีกิจกรรมใดบ้างที่จะต้องทำและทำอย่างไร ใช้บุคลากรที่มีคุณสมบัติอย่างไรใช้อุปกรณ์อะไร จะต้องเตรียมการอย่างไร มีปัญหาอะไรที่อาจเกิดขึ้นได้เพื่อหาแนวทางป้องกัน จะช่วยให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพและประหยัด
2. การจัดทำตารางการปฏิบัติงาน (Schedule) เพื่อให้เป็นแผนงานที่ปรากฏเป็นรูปธรรมหรือเป็นตุ๊กตามาให้ทราบแนวทางแผนการทำงานเพื่อจะได้ปรับปรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ความเป็นไปได้ในการทำงานแต่ละชนิด
3. การบริหารงาน (Excute) ผู้บริหารสำนักงานหรือหัวหน้างานเป็นผู้สั่งการและควบคุมดูแลว่าผลงานเป็นไปตามแผนที่ได้กำหนดไว้และการกระทำในระยะเวลาที่กำหนดไว้ตามตารางการปฏิบัติงาน
4. การวัดผลงาน (Measure) เมื่อได้ปฏิบัติงานมาเป็นระยะเวลาหนึ่งควรมีการควบคุมดูแลว่าผลงานเป็นไปตามต้องการหรือไม่ เป็นการตรวจสอบและวัดผลงานทั้งในด้านคุณภาพและปริมาณ
5. การให้รางวัล (Reward) เมื่อวัดผลงานที่พนักงานทำแล้วพบว่าผลงานดีเป็นที่น่าพอใจทั้งในด้านคุณภาพและปริมาณทำสำเร็จทันตามกำหนดเวลาด้วยผลงานที่ดี ควรมีการให้รางวัลเพื่อจูงใจ กล่าวชมเชยเพื่อเสริมสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่พนักงาน

คุณสมบัติของผู้บริหารงาน
ผู้บริหารงานสำนักงาน นับได้ว่าเป็นผู้ที่ต้องเกี่ยวข้องบุคคลจำนวนมากมายหลาย ๆ ระดับ จึงต้องมีความสามารถในด้านต่าง ๆ ดังนี้
1. มีพื้นฐานความรู้ในธุรกิจด้านต่าง ๆ เช่น ด้านบัญชี ด้านการตลาด การเงินการบัญชี การบริหาร
2. มีความรู้เฉพาะด้านในสาขาวิชาการบริหารสำนักงานเป็นอย่างดี เช่น มีความรู้ในเรื่องงานธุรการ งานสารบรรณ การใช้เครื่องมือใช้ต่าง ๆ สามารถปฏิบัติได้ ศึกษาเครื่องมือเครื่องใช้ในสำนักงานที่มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ อยู่เสมอ
3. มีความสามารถในการบริหารจัดการ เพื่อนำความรู้ทางด้านการบริหารมาใช้ในสำนักงานได้อย่างถูกต้อง เช่น หลักการจัดการ การวางแผนงาน การจัดองค์กร การเป็นผู้นำที่ดี
4. มีประสบการณ์ในการทำงาน มีความรอบรู้ในงานสำนักงานเป็นอย่างดี รู้ปัญหาและสามารถแก้ไขปัญหาได้
5. มีคุณสมบัติอื่น ๆ ได้แก่
- มีความเป็นผู้นำ (Leadership) มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สามารถตัดสินใจได้เป็นอย่างดี
- มีไหวพริบดี (Intelligence) คือ มีความเฉลียวฉลาด สามารถแก้ไขปัญหาได้
- มีความมั่นคงทางอารมณ์ (Stability) คือ เป็นผู้ที่มีจิตใจมั่นคงไม่อ่อนไหวง่าย มีความหนักแน่น สามารถรับฟังคำตำหนิต่าง ๆ ได้เข้าใจพฤติกรรมของผู้ที่เกี่ยวข้อง
- มีความสามารถในการติดต่อสื่อสาร (Liaison Capacity) คือ สามารถติดต่อสื่อสารเป็นที่เข้าใจได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารด้วยวาจา หรือลายลักษณ์อักษร
- มีความสามารถในการมอบหมายงาน (Ability to Delegate) คือมอบหมายงานให้ถูกต้อง เหมาะสมกับผู้มีความรู้ ความสามารถเหมาะกับงาน รู้จักมอบหมายอำนาจหน้าที่ให้อิสระในการตัดสินใจ
- เป็นผู้มองการณ์ไกล (Vision) คือ การเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล วางแผนการได้ล่วงหน้า สามารถคาดคะเนเหตุการณ์ล่วงหน้าได้ เพื่อเตรียมการแก้ไขได้ทันท่วงที
- มีความเข้าใจในด้านการจัดองค์การเป็นอย่างดี คือ มีความรู้ในด้านการบริหารจัดการ และแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ เพิ่มเติมอยู่เสมอ
- มีความสามารถในการปฏิบัติการ คือ สามารถลงมือปฏิบัติได้เพราะงานสำนักงานเป็นงานที่ยุ่งยาก มีความสลับซับซ้อน จะทำให้ผู้บริหารเข้าใจในรายละเอียดของปัญหาต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น
- มีอารมณ์ขัน (Humour) เป็นผู้รู้จักผ่อนคลายความตึงเครียดให้แก่ผู้ปฏิบัติงานสำนักงาน
- มีความซื่อสัตย์สุจริต คือเป็นผู้รักษาความลับต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี สามารถควบคุมการรักษาข้อมูลต่าง ๆ มิให้รั่วไหลได้เป็นอย่างดี

แนวโน้มบทบาทของผู้บริหารสำนักงาน
C.L. Littlefield ได้กำหนดบทบาทแนวโน้มของผู้บริหารสำนักงานในลักษณะของผู้บริหาร (Administrator) ไว้ดังนี้
1. ผู้บริหารจะเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจด้านนโยบาย
2. ผู้บริหารสำนักงานมีความรู้ในด้านเทคโนโลยีต่าง ๆ
3. ผู้บริหารรู้จักควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานสำนักงานได้อย่างประหยัดที่สุด
4. การใช้ความรู้ความสามารถเฉพาะด้านของพนักงาน เพื่อให้ได้ผลงานที่มีคุณภาพ ถูกต้อง รวดเร็ว และประหยัด
จากแนวคิดดังกล่าว เป็นการแสดงให้เห็นว่า บทบาทของผู้บริหารสำนักงานเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย การตัดสินใจ บทบาทของผู้บริหารสำนักงานจึงเปลี่ยนไปเป็นผู้บริหารการจัดการสำนักงาน (Administrator Office Management)

หน้าที่ความรับผิดชอบของผู้บริหารสำนักงาน
ผู้บริหารสำนักงานโดยทั่วไป ทำหน้าที่เสมือนเป็นแม่บ้านของสำนักงาน มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบกิจกรรมหลาย ๆ อย่าง ดังนี้
1. ผู้รับผิดชอบต่ออาคารสำนักงาน ได้แก่ การออกแบบสำนักงาน การวางแผน และการจัดวางผังสำนักงาน การจัดแสงสว่างภายในสำนักงาน ฯลฯ
2. รับผิดชอบต่อเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้สำนักงาน ได้แก่ การเลือกแลสรรหาอุปกรณ์ต่าง ๆ การกำหนดมาตรฐานของอุปกรณ์ต่าง ๆ ฯลฯ
3. รับผิดชอบต่อการจัดองค์การ ได้แก่ การจัดแบ่งงานเป็นแผนกต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม ไม่ซ้ำซ้อนกัน การกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบที่ชัดเจน
4. รับผิดชอบต่อการควบคุมภายในสำนักงาน หมายถึง การควบคุมการใช้วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น กระดาษไม่ให้สิ้นเปลือง ใช้อุปกรณ์อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
5. รับผิดชอบต่อการติดต่อสื่อสาร คือรับผิดชอบในการรับ-ส่ง เอกสารให้ถึงมือผู้รับผิดชอบต่อความเข้าใจที่ถูกต้องหรือผิดพลาดของข้อความที่สื่อสาร
6. รับผิดชอบต่อการบริหารงานบุคคลในสำนักงาน ได้แก่ รับผิดชอบในการผลิตเอกสาร การจัดเก็บเอกสาร การจัดทำสำเนาเอกสาร การป้องกันความปลอดภัยแก่เอกสารสำคัญ เอกสารลับมิให้รั่วไหลออกไปภายนอก
7. รับผิดชอบต่อการบริหารงานบุคคลในสำนักงาน ได้แก่ รับผิดชอบในการมอบหมายอำนาจหน้าที่แก่เจ้าหน้าที่แต่ละคนได้เหมาะสม มีการกำหนดค่าตอบแทนที่เป็นธรรม ฯลฯ
8. รับผิดชอบต่อการจัดระบบและวิธีปฏิบัติ ได้แก่ การปรับปรุงวิธีการปฏิบัติและกระบวนการปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็วและถูกต้อง จัดทำมาตรฐานการทำงาน การหาวิธีการทำงานให้ง่ายขึ้น การปรับปรุงงาน

ส่วนประกอบของการบริหารสำนักงาน

การบริหารงานสำนักงาน เป็นสิ่งที่หน่วยงานธุรกิจทุกแห่งจะต้องมีส่วนประกอบนี้หลายด้าน เพื่อช่วยให้การดำเนินงานราบรื่น และช่วยส่งเสริมการทำงานของหน่วยอื่น ผู้บริหารสำนักงานซึ่งมีหน้าที่ภารกิจในการดูแล และควบคุมให้การทำงานในสำนักงานบรรลุจุดมุ่งหมายต่าง ๆ อันประกอบด้วย
1. การพัฒนาแนวทางวิธีการปฏิบัติงานให้มีคุณภาพสูง เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งสามารถวัดได้จากผลงานที่ปรากฏเป็นรูปธรรม
2. การติดต่อประสานงานกับหน่วยงานอื่นภายในและภายนอกหน่วยงาน เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจอันดีต่อกัน
3. การควบคุมคุณภาพของผลงานให้รวดเร็วถูกต้อง ดำเนินการได้สำเร็จลุล่วงตามกำหนดเวลา
4. การดูแลและรับผิดชอบต่อสภาพแวดล้อมสำนักงาน อาคารสถานที่ การจัดวางอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม และเพียงพอเหมาะสมกับการใช้งาน
5. การให้บริการในด้านการจัดเก็บเอกสารข้อมูลเพื่อเป็นหลักฐานอ้างอิง หรือการรักษาความปลอดภัยแก่ข้อมูลที่เป็นความลับ
6. ปรับปรุงการทำงานให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในด้านธุรกิจ การจัดหาเครื่องมือเครื่องใช้อุปกรณ์สมัยใหม่เข้ามาช่วยในการทำงาน

งานสำนักงานสามารถแบ่งได้เป็นด้านต่าง ๆ ดังนี้
1. งานบริการผู้บริหาร
ผู้ปฏิบัติงานสำนักงานในด้านบริการผู้บริหารนี้อาจต้องปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับเลขานุการของผู้บริหารเพื่อเชื่อมโยงประสานงานกัน การให้บริการผู้บริหารยังสามารถแบ่งการให้บริการออกได้ดังนี้
1.1 ด้านข้อมูล เพื่อให้ผู้บริหารได้รับข้อมูลรายละเอียดในการตัดสินใจการวางแผนการกำหนดนโยบาย
1.2 ด้านการผลิตเอกสาร คือการถ่ายทอดความคิด การตัดสินใจ แผนงานนโยบายต่าง ๆ ออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร เป็นสื่อกลางของการติดต่อสื่อสารที่ได้ใจความครบถ้วน ชัดเจน และใช้เป็นหลักฐานเอกสารอ้างอิงได้
1.3 ด้านการติดต่อประสานงานภายในและภายนอกองค์การ หมายถึง งานบริการผู้บริหารในการถ่ายทอดข้อมูล ให้ข้อมูลและรับข้อมูลจากบุคคลอื่นหรือหน่วยงานอื่น ทั้งภายในและภายนอกสำนักงาน
1.4 ด้านการจัดการเดินทางให้ผู้บริหารของหน่วยงาน การดำรงตำแหน่งผู้บริหารมักมากมีการเดินทางไปในสถานที่ต่าง ๆ

2. งานด้านข้อมูลเอกสาร
งานด้านข้อมูลเอกสาร จัดว่าเป็นงานที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของงานสำนักงาน เพราะงานภายในสำนักงานส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับข้อมูลเอกสารทั้งสิ้น
การจัดระเบียบเกี่ยวกับข้อมูลเอกสารจึงถือเป็นหน้าที่สำคัญที่ผู้ปฏิบัติงานสำนักงานต้องให้ความสำคัญอย่างมาก โดยอาศัยการศึกษาระบบการจัดเก็บเอกสาร การบริหารงานเอกสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
งานด้านข้อมูลเอกสารประกอบด้วย
2.1 งานการติดต่อสื่อสารด้านข้อมูล ผู้ปฏิบัติงานสำนักงานจะต้องตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลเพื่อการตัดสินใจของผู้บริหาร โดยการจัดหาข้อมูลที่ทันสมัย ครบถ้วน ถูกต้อง และเชื่อถือได้ จะช่วยให้การตัดสินใจถูกต้องมากยิ่งขึ้น
2.2 งานด้านสารบรรณ ผู้ปฏิบัติงานสารบรรณควรมีความรู้ในเรื่องกฎระเบียบต่าง ๆ เป็นอย่างดี เกี่ยวกับงานสารบรรณ งานธุรการ วิธีปฏิบัติ กำหนดไว้อย่างชัดเจนจนถึงขั้นตอนปฏิบัติ ระเบียบงานสารบรรณต่าง ๆ เหล่านี้จะต้องยึดถือเป็นหลักเกณฑ์ในการทำงาน เช่น ขั้นตอนการนำเสนอเอกสาร การผลิตเอกสาร การจำแนกเอกสารไปยังหน่วยงานต่าง ๆ การจัดเก็บเอกสาร และการทำลายเอกสาร
2.3 งานด้านการจัดเก็บเอกสาร งานด้านนี้นับว่าเป็นหัวใจสำคัญอีกอย่างของการปฏิบัติงานสำนักงาน หลักสำคัญของการจัดเก็บเอกสาร คือ จัดเก็บเอกสารอย่างไรจึงจะค้นหาได้ง่าย และรวดเร็วเมื่อต้องการใช้

3. งานด้านสถานที่และพัสดุอุปกรณ์
ผู้บริหารงานสำนักงาน นอกจากจะมีหน้าที่เกี่ยวกับเอกสารข้อมูลต่าง ๆ แล้ว ยังมีหน้าที่ควบคุมดูแลสถานที่สำนักงานให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาด สวยงาม เพราะสำนักงานเป็นสถานที่ซึ่งมีบุคคลเข้าออกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพนักงานภายในและภายนอก สำนักงานจึงถือเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยในการดำเนินกิจการประสบผลสำเร็จได้ ความเป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาด สวยงามของสถานที่ ย่อมแสดงถึงความเป็นระเบียบเรียบร้อย ประทับใจแก่ผู้มาติดต่อ
งานด้านสถานที่และพัสดุอุปกรณ์ ประกอบด้วย
3.1 สภาพการทำงาน หมายถึง สภาพแวดล้อมภายในสำนักงาน ความเป็นระเบียบ การจัดวางแผนผังสายทางเดินของงาน การพิจารณาเลือกสถานที่ที่เหมาะสม อุณหภูมิที่เหมาะสม แสงสว่างไม่เป็นอันตรายต่อสายตา ปราศจากเสียงรบกวน จะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในการปฏิบัติงาน
3.2 พัสดุสำนักงาน ได้แก่ สิ่งของเครื่องใช้สิ้นเปลืองภายในสำนักงาน เช่น กระดาษ ปากกา ฯลฯ ผู้บริหารควรจะมีความรู้ในการบริหารงานพัสดุ การจัดหาพัสดุให้มีเพียงพอแก่การใช้งาน การจัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อยและปลอดภัยจากการชำรุด มีระบบการเก็บรักษาที่ดี
3.3 งานด้านอุปกรณ์สำนักงาน ได้แก่ การจัดหาอุปกรณ์สำนักงาน ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินถาวรของสำนักงานที่มีคุณภาพเหมาะสมกับความต้องการใช้คุณภาพดีภายใต้งบประมาณประหยัด และพนักงานจะต้องมีความสามารถในการใช้อุปกรณ์สำนักงานเป็นอย่างดี

4. งานด้านการประชุม
งานด้านการประชุม เป็นงานที่มีความรู้ความสำคัญอย่างยิ่งและเป็นงานที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ทุกหน่วยงานจะต้องมากรประชุมเพื่อปรึกษาในเรื่องต่าง ๆ การจัดเตรียมเอกสารต่างๆ การเตรียมสถานที่ให้พอเหมาะสมกับจำนวนผู้เข้าร่วมประชุม รวมถึงการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เข้าประชุมในแต่ละครั้ง หรือเป็นผู้จดบันทึกการประชุมเป็นเลขานุการประชุมเป็นผู้ประสานงานกับฝ่ายต่าง ๆ เป็นต้น
ผู้ปฏิบัติจึงควรมีความรู้ในด้านการจัดการประชุม ประเภทต่างๆ ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายประเภท เช่น การประชุมสัมนา การประชุมใหญ่ ฉะนั้นผู้ปฏิบัติงานสำนักงานจึงควรมีความรู้ความสามารถในการจัดทำเอกสารประกอบการประชุม การจัดทำระเบียบวาระการประชุม การจดบันทึกรายงานการประชุม

5. งานประชาสัมพันธ์
งานด้านการประชาสัมพันธ์ เป็นงานที่ผู้ปฏิบัติงานสำนักงานจะต้องเกี่ยวข้องกับบุคคลฝ่ายต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกหน่วยงาน หรือจะเรียกว่าเป็นการประชาสัมพันธ์ก็คือ การเชื่อมโยงความสัมพันธ์เข้าด้วยกันเพื่อให้เกิดความเข้าใจอันดีต่อกัน เพื่อให้การดำเนินงานในด้านต่าง ๆ เป็นไปด้วยความราบรื่น งานประชาสัมพันธ์ยังรวมถึงงานด้านการติดต่อสื่อสาร งานต้อนรับบุคคลต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ย่อมสร้างภาพพจน์และทัศนคติที่ดีต่อหน่วยงาน
งานด้านประชาสัมพันธ์ ประกอบไปด้วยงานต่าง ๆดังนี้
5.1 งานการประชาสัมพันธ์ภายในสำนักงาน หมายถึง การติดต่อสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจอันดีในเรื่องต่าง ๆ ของพนักงานทุกระดับในหน่วยงาน ได้แก่ ผู้บริหาร พนักงานฝ่ายต่าง ๆ การแจ้งเรื่องราวข่าวสารต่าง ๆ ให้ทราบ
5.2 งานประชาสัมพันธ์ภายนอกสำนักงาน หมายถึง การติดต่อสื่อสารเพื่อให้เกิดความเข้าใจอันดีกับบุคคลภายนอกหน่วยงาน เช่น การติดต่อลูกค้า การติดต่อกับบริษัทแม่ เป็นต้น
5.3 งานประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข่าวสารต่อมวลชนต่าง ๆ เช่น การนำเสนอข่าวสารต่าง ๆ เช่น การแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ การแนะนำบริการใหม่
5.4 งานประชาสัมพันธ์ในด้านการจัดกิจกรรมพิเศษ เพื่อให้เป็นที่รู้จักและเผยแพร่ ชื่อเสียงของหน่วยงานให้บุคคลทั่วไปได้ทราบ การจัดกิจกรรมพิเศษอาจเป็นกิจกรรมที่ช่วยเหลือสังคมการรณรงค์ในเรื่องต่าง ๆ ที่สอดคล้องและสนับสนุนกับความต้องการของสังคม
หน้าที่สำคัญของสำนักงานในระดับพนักงาน คือ การสื่อสารข้อมูลข่าวสาร เก็บรวบรวมเอกสาร ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น จดหมายใบสั่งซื้อ รายการสินค้า แบบฟอร์มต่าง ๆ ในระดับผู้บริหารก็จะมีหน้าที่ในการนำเอกสาร ข้อมูลข่าวสาร มาใช้ในการตัดสินใจ

การแบ่งระดับงานสำนักงาน
โดยทั่วไป งานในสำนักงานสามารถจัดได้เป็น 3 ระดับ คือ
1. ระดับธุรกิจ (Clerical Work)
2. ระดับวิชาชีพ (Professional Work)
3. ระดับบริหารจัดการ (Managerial)


ระดับ
บริหารจัดการ

ระดับวิชาชีพ

ระดับธุรการ


1. งานระดับธุรการ (Clerical Work) งานสำนักงานในระดับธุรการมีลักษณะเป็นงานที่เกิดขึ้นเมื่อได้รับซึ่งเป็นข้อมูลประจำ เช่น จดหมายโต้ตอบติดต่อในเรื่องต่าง ๆ พนักงานระดับธุรการ หรือระดับล่างนั้นจะบันทึกทุกขั้นตอน ตั้งแต่ได้รับจดหมายมาโดยบันทึกหลักฐานการับเอกสารลงในทะเบียนรับ จากนั้นจำแนกแจกจ่ายไปในสายงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสั่งการต่อไป งานในระดับธุรการหรือระดับล่างนั้น
2. งานระดับวิชาชีพ (Professicnal Work ) หมายถึง งานสำนักงานในระดับวิชาชีพที่ต้องอาศัยเจ้าหน้าที่ทีมีความรู้เฉพาะด้าน จัดว่าเป็นฝ่ายช่วยอำนวยการของหน่วยงาน ได้แก่ งานบัญชี งานด้านกฎหมาย งานด้านการตลาด งานด้านบุคลากร แต่ละฝ่ายจะทำหน้าที่ของตน เช่นฝ่ายบัญชีจะจัดวางรูประบบบัญชี
3. งานบริหารจัดการ (Managerial Work) หมายถึง งานสำนักงานระดับที่เกี่ยวข้องระดับสูงที่จะต้องใช้ความรู้ทางการบริหารเข้ามาช่วย เช่น การวางแผน การจัดแบ่งกิจกรรม การจัดหาพนักงานเข้ามาทำงาน การสั่งการ การประสานงาน การควบคุม ระดับนี้จะเป็นวางทิศทางการทำงาน โดยการรับข้อมูลข่าวสารจากระดับล่างมาศึกษา วิเคราะห์ และตัดสินใจตามความเหมาะสม
ผู้แสดงความคิดเห็น เว็บ วันที่ตอบ 2007-03-23 09:10:18 IP : 124.121.139.39


ความเห็นที่ 3 (870065)
2. บทที่ 2 หลักการบริหารสำนักงาน 
บทที่ 2
การวางแผนสำนักงาน
งานสำนักงานก็จะเหมือนกับงานทุกชนิด คือ ต้องมีการเตรียมงานหรือวางแผนงานทั้งหมดไว้ล่วงหน้า ในตอนแรกจะศึกษาความหมายของการวางแผนก่อน การวางแผนมีความหมายดังนี้
1. การวางแผน (Planning) คือ เป็นหน้าที่หนึ่งของการบริหาร โดยวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องในอดีต ปัจจุบัน และคาดคะเนเหตุการณ์ในอนาคต การวางแผนเป็นส่วนที่ทำให้องค์การบรรลุจุดมุ่งหมาย
2. การวางแผน เป็นหน้าที่สำคัญในกระบวนการของการจัดการซึ่งเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจกำหนดวัตถุประสงค์และแนวทางในการปฏิบัติล่วงหน้า โดยการวิเคราะห์จากสภาวะแวดล้อมของโอกาสและข้อจำกัดต่าง ๆ ที่องค์การมีอยู่ เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน พร้อมทั้งประเมินสภาวะแวดล้อมในอนาคต เพื่อกำหนดแนวปฏิบัติที่จะนำไปสู่ความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้
ในส่วนของการวางแผนและการแก้ปัญหาต่าง ๆ สำหรับงานสำนักงาน มีดังนี้
1. หน้าที่ในการวางแผน ขั้นตอนของการวางแผน ประเภทของแผนงานสำนักงาน ได้อธิบายไว้ในบทนี้
2. การวิเคราะห์ระบบและวิธีปฏิบัติงาน อธิบายไว้ในบทที่ 3
3. การศึกษาหาวิธีการทำงานให้ง่ายขึ้น อธิบายไว้ในบทที่ 3

หน้าที่ในการวางแผน
หน้าที่ในการวางแผนงานสำนักงาน จะต้องเกี่ยวข้องกับการตอบคำถามต่อไปนี้
1. มีงานสำนักงานอะไรบ้างที่จะต้องทำ เป็นการวางแผนเกี่ยวกับงานสำนักงานว่ามีงานอะไรบ้าง และกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างงานนั้น โดยทั่วไปงานสำนักงานประกอบด้วยงานบริการกระบวนการข้อมูล
2. จะมีวิธีทำงานอย่างไร การวางแผนเกี่ยวกับวิธีการทำงานที่เหมาะสมจะต้องมีการวิเคราะห์ระบบ วิธีปฏิบัติงาน กำหนดคู่มือการปฏิบัติงาน การกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานสำนักงานด้านเวลา คุณภาพ ปริมาณ และค่าใช้จ่าย
3. จะทำงานเมื่อไร องค์การควรจะกำหนดตารางเวลาในการปฏิบัติงาน ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว โดยกำหนดประสมประสานความพยายามของบุคลากรทุกคน เครื่องจักร และข้อมูลต่าง ๆ ให้เหมาะสม
4. จะทำงานที่ไหน เป็นการวางแผนเกี่ยวกับที่ตั้งของฝ่ายต่าง ๆ การวางแผนด้านพื้นที่ และการวางแผนจัดแผนผังสำนักงานและวางแผนเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม
5. จะทำงานรวดเร็วได้อย่างไร การศึกษาหาวิธีการทำงานให้ง่ายขึ้น การศึกษาเวลาและการเคลื่อนไหวในการทำงานแต่ละอย่างให้รวดเร็วขึ้น

ขั้นตอนของการวางแผน
ในการวางแผนการทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งจะมีขั้นตอนดังนี้
1. การพยากรณ์สภาวะแวดล้อม การรวบรวมสภาวะแวดล้อมทั้งภายใน และภายนอกองค์การ เช่น ทรัพยากรของบริษัท นโยบายของบริษัท สภาพเศรษฐกิจ การเมือง สังคม เทคโนโลยี แนวโน้มของประชากร คู่แข่งขัน
2. การกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมาย การทำงานทุกชนิดจะต้องมีการกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายในการทำงานนั้น ตัวอย่าง วัตถุประสงค์ในการจัดการงานสำนักงานได้แก่ การให้บริการแก่ฝ่ายต่าง ๆ และลูกค้าด้วยความรวดเร็วและสร้างมนุษยสัมพันธ์อันดีให้เกิดขึ้น การรักษาการปฏิบัติงานด้านปริมาณและคุณภาพ การพัฒนาระบบ กระบวนการปฏิบัติและวิธีปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มกำไรให้แก่องค์การ
3. การพัฒนากลยุทธ์ เป็นการค้นหาวิธีที่ดีที่สุดในการทำงาน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ ตัวอย่างการพัฒนากลยุทธ์สำหรับงานสำนักงาน ได้แก่ การพัฒนาระบบกระบวนการปฏิบัติและวิธีปฏิบัติ งานบริหารข้อมูล การจัดเก็บเอกสาร การใช้เครื่องมือ การรายงาน แบบฟอร์ม การติดต่อสื่อสาร การจัดสิ่งแวดล้อม ฯลฯ
4. การหาทางเลือก กลยุทธ์ต่างๆ ที่จะนำมาใช้ในการทำงานจะมีทางเลือกหลายทาง ซึ่งองค์การจะต้องพยายามค้นหาทางเลือกต่าง ๆ ที่จะมีผลต่อเป้าหมายขององค์การ โดยยึดหลักว่าย่อมมีทางเลือกที่ดีกว่าเดิมเสมอ
5. การประเมินผลทางเลือก โดยตรวจสอบดู ทางเลือกต่าง ๆ ในข้อ 4 แล้วนำมาเปรียบเทียบทางเลือกใดที่เสียต้นทุนต่ำกำไรสูงและบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ
6. การตัดสินใจเลือก ข้อมูลที่ได้จากการประเมินผลทางเลือกต่าง ๆ ในขั้นที่ 5 ในขั้นที่ 6 นี้ จะตัดสินใจเลือกทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด
7. กำหนดหลักเกณฑ์ในการวางแผน และจัดทำเป็นแผนปฏิบัติงาน เช่น แผนการบริหารข้อมูล แผนการซื้อเครื่องมือเครื่องใช้ แผนการคัดเลือกบุคลากร แผนการติดต่อสื่อสาร แผนการจัดแผนผังสำนักงานและการบริหารพื้นที่สำนักงาน
8. การจัดทำแผนโดยงบประมาณ การวางแผนในรูปการกำหนดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นสำหรับงานสำนักงานต่าง ๆ
ประเภทของแผน
ลักษณะของแผนสำหรับการบริหารสำนักงานนั้น อาจทำในรูปแบบต่าง ๆ ได้ดังนี้
1. วัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย คือ จุดหมายปลายทางของการดำเนินงานก่อนที่จะลงมือทำงาน จะต้องคิดและเลือกวัตถุประสงค์ก่อนว่าต้องการอะไร ชนิดไหนและให้ได้ผลสำเร็จถึงขั้นไหนเมื่อการทำงานสิ้นสุด การกำหนดวัตถุประสงค์เป็นกิจกรรมที่ต้องพยากรณ์หรือคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า และตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคต วัตถุประสงค์ที่ว่านี้มีทั้งที่เป็นระยะสั้นและระยะยาว ตัวอย่างวัตถุประสงค์ในการจัดการมีดังนี้ เช่น เพื่อให้เกิดการประสานงานระหว่างกิจกรรมการจัดการสำนักงาน กับกิจกรรมของฝ่ายอื่นภายในองค์การ
2. นโยบาย หมายถึง ข้อความทั่ว ๆ ไป หรือสิ่งที่เข้าใจและเป็นที่ยอมรับ ใช้เป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับการตัดสินใจของผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา นโยบายเป็นวิธีที่พยายามกำหนดวิธีตัดสอนใจก่อนที่เรื่องต่าง ๆ จะเกิดขึ้น
3. กระบวนการปฏิบัติ ได้แก่ วิธีการทำงานที่เลือกไว้โดยเฉพาะว่า จะต้องทำอะไรบ้างเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ทีตั้งไว้
4. วิธีปฏิบัติงาน หมายถึง แบบหรือท่าทีในการปฏิบัติงานอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น วิธีปฏิบัตินากรพิมพ์ดีด วิธีปฏิบัติในการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์
5. มาตรฐาน ถูกกำหนดขึ้นเพื่อใช้เป็นเกณฑ์หรือเครื่องประกอบการพิจารณาเพื่อใช้วัดหรือเปรียบเทียบว่างานชิ้นนั้น ๆ ได้ผลตรงตามที่กำหนดหรือไม่
6. งบประมาณ เป็นแผนที่ประกอบด้วยข้อความคาดหมายผลที่คิดล่วงหน้า และแสดงออกมาเป็นตัวเลขในรูปของตัวเงิน จำนวน เวลา
7. แผนงาน หมายถึง แผนการทำงานที่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้า ประกอบด้วย นโยบาย กระบวนการปฏิบัติ วิธีปฏิบัติ กฎ งานที่ได้รับมอบหมาย
8. กฎ อาจจะถือเป็นแผนงานที่ง่ายที่สุด เป็นแผนงานที่ต้องปฏิบัติตาม ถูกจัดขึ้นโดยพิจารณามาอย่างเลือกเฟ้นที่สุด เพื่อให้ทุกคนอยู่ในระเบียบ ที่เหมือนกัน ทำให้การทำงานมีระบบ ระเบียบมากยิ่งขึ้น
9. กลยุทธ์ การนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพื่อให้การทำงานได้เปรียบคู่แข่ง
3. บทที่ 3 การวิเคราะห์พัฒนาและบริหารระบบ 
บทที่ 3
การวิเคราะห์พัฒนาและบริหารระบบ
การจัดองค์การเป็นหน้าที่ทางการบริหารที่รองลงมาจากการวางแผน ภายหลังจากการวางแผนงานไว้อย่างดีแล้ว จะต้องดำเนินการตามแผนที่ได้กำหนดไว้ โดยการจัดแบ่งกลุ่มกิจกรรมที่จะต้องทำ แบ่งงานให้แต่ละฝ่ายทำหน้าที่ของตน (Division of Labor) พร้อมทั้งกำหนดอำนาจหน้าที่ (Authority) เพื่อให้มีอำนาจในการสั่งการบังคับบัญชาไปยังผู้ปฏิบัติ รวมทั้งการกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างงานหรือกิจกรรมต่าง ๆ โดยกำหนดในรูปแบบของโครงสร้างองค์การที่มีความชัดเจนเข้าใจง่าย
การปฏิบัติหน้าที่ต่าง ๆ ในสำนักงาน จึงควรมีความรู้เกี่ยวกับการจัดองค์การ และโครงสร้างการบริหารงานของหน่วยงาน จะช่วยให้ทราบสายการเดินของร้าน วิธีดำเนินการเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารให้เป็นไปอย่างราบรื่น เพราะผู้ปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงานย่อมต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับหน่วยงานต่าง ๆ เหล่านั้นอย่างหลีกเลี่ยงมิได้
การวิเคราะห์ระบบ (System Analysis) หมายถึง การตรวจสอบระบบโดยละเอียด ซึ่งต้องเกี่ยวข้องกับการวิจัย วิเคราะห์ ปรับปรุง และแก้ปัญหา โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะปรับปรุงการดำเนินงานให้ดีขึ้น หรือเพื่อจัดระบบใหม่ให้เหมาะสม หรือเพื่อสร้างระบบให้เกิดประสิทธิภาพ หรืออาจกล่าวอย่างสั้น ๆ การวิเคราะห์ระบบก็คือ การพิจารณาวางแผนงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ซึ่งใช้วิธีการกำจัด การรวมเข้าด้วยกัน ทำให้ง่ายขึ้น และสลับที่กัน มาใช้งานเข้าด้วยกัน โดยจะทำการวิเคราะห์วิธีการปฏิบัติ กระบวนการปฏิบัติและการทำงานให้ง่ายขึ้น
ขั้นตอนในการวิเคราะห์ระบบ
กระบวนการในการจัดระบบ สามารถแยกได้เป็นขั้นตอนได้ดังนี้
1. การกำหนดวัตถุประสงค์ การกำหนดวัตถุประสงค์เป็นหน้าที่ของกรรมการบริหารระดับสูง ตัวอย่างการกำหนดวัตถุประสงค์ของสำนักงาน เช่น กรลดต้นทุนในปัจจุบัน ความเจริญก้าวหน้าของสำนักงานทางด้านการใช้เทคนิคและเครื่องจักรทึ่ทันสมัย
2. การกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบของบุคลากร ในการดำเนินการจัดระบบ มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้บุคลากรเกิดความรับผิดชอบในงานและรู้หน้าที่ของงาน
3. การรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ข้อมูลต่าง ๆ ที่จำเป็นและมีประโยชน์จะช่วยให้ทราบลักษณะของระบบ ทิศทางของข้อมูล และวิธีการปรับปรุงที่จำเป็น ข้อมูลต่าง ๆ หาได้จากสิ่งต่อไปนี้ เช่น แผนภูมิต่าง ๆ แผนภูมิแสดงสายทางเดินของงาน แผนผังองค์การ คู่มือการปฏิบัติงาน เอกสารของกิจการ ข้อมูลทางบัญชี
4. การวิเคราะห์จัดระบบและปรับปรุงงาน ข้อมูลที่รวบรวมได้จากข้อ 3 จะนำมาวิเคราะห์จัดระบบและปรับปรุงงาน โดยการตอบคำถามต่อไปนี้
- จะทำอะไร (What) การตอบคำถามนี้จะทำให้ทราบรายละเอียดของสิ่งที่จะจัดระบบ
- จะทำเมื่อใด (When) จากคำถามนี้จะได้คำตอบเกี่ยวกับเวลาหรือลำดับก่อนหลังของงานที่จะจัดระบบ
- จะทำทำไม (Why) เป็นการหาเหตุผลถึงความจำเป็นที่จะต้องมีการจัดระบบ
- ใครเป็นคนทำ (Who) คำถามนั้นเพื่อกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบ ของบุคคลในระบบนั้น
- ทำอย่างไร (How) คำตอบของคำถามนี้จะทำให้ทราบถึงวิธีปฏิบัติขบวนการปฏิบัติเป้าหมายคุณภาพและมาตรฐานของงาน และคู่มือการปฏิบัติงาน
- ทำที่ไหน (Where) การปรับปรุงงาน อาจทำเพียงงานใด งานหนึ่งซึ่งมีปัญหาหรือเกิดความล่าช้า ค่าใช้จ่ายสูง
5. การดำเนินการเป็นขั้นการปฏิบัติตามแนวทาง ซึ่งได้วิเคราะห์ไว้แล้ว เพื่อดูผลที่จะเกิดขึ้น
6. การประเมินผลการดำเนินงาน ว่าสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือไม่ และควรดำเนินการต่อไปอย่างไร ถ้าการปฏิบัติไม่ได้ผล

แผนภูมิต่าง ๆ ที่ใช้ในการวิเคราะห์ระบบ
แผนภูมิต่าง ๆ จะช่วยให้ฝ่ายบริหารเข้าใจโครงสร้างและข้อเท็จจริงต่าง ๆ ในการปฏิบัติงาน ช่วยวิเคราะห์งาน วางระเบียบวิธีปฏิบัติงาน และแก้ไขปรับปรุงการปฏิบัติงานต่าง ๆ ให้ดีขึ้น แผนภูมิที่นิยมใช้ได้แก่ แผนภูมิการแบ่งงาน แผนภูมิสายทางเดินของงาน แผนภูมิขบวนการปฏิบัติงาน แผนภูมิแสดงการเคลื่อนไหว
1. ผังการแบ่งงาน เป็นผังที่แสดงถึงการแบ่งหน้าที่และงานความรับผิดชอบของงานต่าง ๆ ผังการแบ่งงานจะช่วยในการวิเคราะห์ และปรับปรุงให้ดีขึ้น การจัดทำผังการแบ่งงานประกอบด้วย 3 ขั้นตอน คือ
1.1 การจัดทำรายการแสดงลักษณะงาน เป็นการแสดงหน้าที่ต่างๆ ภายในหน่วยงานว่าประกอบด้วยงานที่สำคัญอะไรบ้าง
1.2 การจัดทำรายงานการแสดงปริมาณงาน ในความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่แต่ละคน ว่าใครทำอะไร ปริมาณงานเท่าใด
1.3 การจัดทำผังการแบ่งงาน ผังการแบ่งงานจึงแสดงการแบ่งงานต่างๆ ภายในหน่วยงาน หน้าที่และความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ที่แต่ละคนสำหรับงานต่างๆ

2. แผนภูมิสายทางเดินของงาน เป็นแผนภูมิที่แสดงทิศทางของการปฏิบัติงานตามลำดับขั้นตอนของงานใดงานหนึ่ง หรือหลาย ๆ งานรวมกันก็ได้ แผนภูมิแสดงเฉพาะบางส่วนของงาน หรือขบวนากรทุกขั้นตอนก็ได้
2.1 การปฏิบัติงาน เป็นขั้นการทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งของคน หรือเครื่องจักร เช่น การบันทึกข้อมูล การส่งข้อมูล
2.2 สายทางเดินของงาน เป็นขั้นการเดินทางของงานจากฝ่ายหนึ่งไปยังอีกฝ่ายหนึ่ง เช่น การเสนอข้อมูลจากผู้ใต้บังคับบัญชาไปยังผู้บังคับบัญชา
2.3 การตรวจสอบ เป็นขั้นการตรวจสอบถึงความเรียบร้อยถูกต้อง และสมบูรณ์ของงาน เช่น การตรวจทานจดหมาย การตรวจสอบการบันทึกข้อมูล
2.4 การเสียเวลารอคอย เป็นขั้นที่ต้องการปฏิบัติงานในขั้นต่อไป เช่น การรอเจ้าหน้าที่หรือหัวหน้างานคนใดคนหนึ่งปฏิบัติงานหรือสั่งการ
2.5 การเก็บรักษา เป็นการเก็บข้อมูลที่ได้ปฏิบัติเสร็จเรียบร้อยแล้ว

3. แผนภูมิกระบวนการปฏิบัติงาน เป็นแผนภูมิที่แสดงให้เห็นถึงลักษณะและกระบวนการของวิธีปฏิบัติของงานใดงานหนึ่ง ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบกระบวนการ
4. แผนผังแสดงการเคลื่อนไหว เป็นแผนผังแสดงการเคลื่อนไหวของงานจากที่หน่วยงานจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง เพื่อว่าการเคลื่อนไหวสามารถจัด และมองเห็นความสัมพันธ์ที่เหมาะสมด้วย
4. บทที่ 4 การจัดการพื้นที่สำนักงาน 
บทที่ 4 การจัดการพื้นที่สำนักงาน
การพิจารณาสถานที่ตั้งของสำนักงานเป็นสิ่งที่ผู้บริหารสำนักงานควรให้ความสำคัญ พิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ สำนักงานแต่ละแห่งมีความจำเป็นมีข้อพิจารณาแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับลักษณะของกิจกรรมและลักษณะของธุรกิจ
ผู้แสดงความคิดเห็น เว็บ วันที่ตอบ 2007-03-23 09:11:31 IP : 124.121.139.39


ความเห็นที่ 4 (870720)

ขอขอบคุณมากครับ...ได้ความรู้เพิ่มขึ้น.. นำไปปฎิบัติได้ ตามขนาดสำนักงานที่แต่ละบุคคลปฎิบัติงานอยู่...

พันตรีศิริชัย  ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล (ส.พ.ค.) โทร.0-2990-0331

 

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ วันที่ตอบ 2007-03-23 16:48:46 IP : 124.121.138.195


ความเห็นที่ 5 (1014942)

บทเรียนดีมากได้เนื้อหาสาระมากๆๆๆๆๆๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น 1120 วันที่ตอบ 2007-06-22 12:30:37 IP : 202.57.184.19


ความเห็นที่ 6 (1082802)

ขอบคุณค่ะที่ให้ข้อมูลในการทำรายงาน

 

ผู้แสดงความคิดเห็น มู่ทู้ วันที่ตอบ 2007-08-01 11:33:43 IP : 202.29.82.21


ความเห็นที่ 7 (2914744)

คือว่าต้องการวิชาการจัดการสำนักงานนะค่ะ ที่เกี่ยวกับผังสำนักงาน (Lay out)ขอรูปภาพด้วยนะค่ะ

1.แบบเปิด 2.แบบPrivateหรือส่วนบุคคล

3.แบบPanaramic ขอความกรุณาช่วยหาให้ด้วยนะค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น เอ็กซ์ (somjai04-at-yahoo-dot-com)วันที่ตอบ 2008-09-29 10:59:16 IP : 203.144.130.176


ความเห็นที่ 8 (2967058)

อยากรู้ความหมายของกิจกรรมพิเศษ
รูปแบบของกิจกรรมพิเศษ
ขั้นตอนและกระบวนการจัดกิจกรรมพิเศษ
 

ผู้แสดงความคิดเห็น ลิงน้อย (gartoon_coo-at-yahoo-dot-com)วันที่ตอบ 2009-02-01 22:02:24 IP : 124.121.184.98


ความเห็นที่ 9 (3033146)

กำลังทำรายงานเรื่อง เทคนิคการปฏิบัติงานสำนักงานอยู่ค่ะ พอมีเนื้อหา+ความหมายและรายละเอียดไหมค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น โม วันที่ตอบ 2009-07-23 09:13:59 IP : 110.49.135.168


ความเห็นที่ 10 (3033152)

 

กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับความหมายของภาษีอรและเนื้อหาภาษีอากรเพื่อทำรายงานส่ง วิชาภาษีอากร พอจะมีข้อมูลรึเปล่าค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น โม วันที่ตอบ 2009-07-23 09:24:34 IP : 110.49.135.168


ความเห็นที่ 11 (3132782)

ต้องการข้อมูล การวางแผนงานในองค์กรมาทำรายงานมีข้อมูลไหมค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น Pu วันที่ตอบ 2009-11-28 09:16:40 IP : 58.147.85.2


ความเห็นที่ 12 (3138620)

ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ""""""

ผู้แสดงความคิดเห็น สายป่าน วันที่ตอบ 2009-12-18 00:08:27 IP : 124.157.178.34


ความเห็นที่ 13 (3186885)

การควบคุมในสำนักงาน วัตถุประสงค์ บทบาทของการควบคุม เครื่องมือในสำนักงาน  ประเภทการควบคุมในสำนักงาน กระบวนการสำนักงาน ต่าง ๆ ๆอยากได้ข้อมูลมาก ๆ ๆช่วยหน่อยค่ะ ด่วนมากจริง  pigaju_ann@hotmail.com   ช่วยหน่อยนะค่ะ ขอร้อง

ผู้แสดงความคิดเห็น แอน (pigaju_ann-at-hotmail-dot-com )วันที่ตอบ 2010-06-04 00:12:54 IP : 115.67.172.92


ความเห็นที่ 14 (3187942)

ใครมี วิชาการจักการสำนักงานสมัยใหม่บ้างค่ะ

ช่วยทีนะค่ะเพราะจะทำการบ้านส่ง อาจารย์

1.การวางแผนพร้อมทั้งจัดองค์กรในสำนักงานสมัยใหม่

2.การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในสำนักงานสมัยใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ

3.การพิจารณาเลือกสถานที่ตั้งของสำนักงานสมัยใหม่

4.การบริหารงานบุคคลสมัยใหม่และการมอบหมายงานอย่างมีประสิทธิภาพในการบริหารงานบุคคล

5.การบริหารงานพัสดุในสำนักงานสมัยใหม่

6.จัดระบบการปฏิบัติงานสารบรรณในสำนักงานสมัยใหม่

7.วีธีการบริหารงานเอกสารในสำนักงานสมัยใหม่

 

ผู้แสดงความคิดเห็น หมูเล็ก วันที่ตอบ 2010-06-07 14:00:10 IP : 203.146.92.162


ความเห็นที่ 15 (3192422)

อยากได้ตังอย่างงานด้านสำนักงานของบริษัทคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น sss วันที่ตอบ 2010-06-22 17:02:21 IP : 61.7.167.196


ความเห็นที่ 16 (3193952)

ขอบคุนมากนะคะ 

ผู้แสดงความคิดเห็น ต้นไผ่ วันที่ตอบ 2010-06-30 00:57:51 IP : 119.42.96.242


ความเห็นที่ 17 (3194673)

วีธีการบริหารงานเอกสารในสำนักงานสมัยใหม่

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ปุ้ม (orataipum-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-07-04 10:23:36 IP : 119.31.44.161


ความเห็นที่ 18 (3204426)

อยากได้ข้อมูลทำรายงาน เรื่องการจัดการสำนักงานและเครื่องมือ ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ปากช่อง (ruckpakchong-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-08-21 14:26:51 IP : 125.26.88.172


ความเห็นที่ 19 (3204913)

ใครมีเนื้อหาวิชาการจัดการสำนักงาน3215-2001ขอหน่อยนะค่ะอยากได้ไปทำรายงาน

ผู้แสดงความคิดเห็น น้องอันดามัน วันที่ตอบ 2010-08-22 15:12:17 IP : 192.168.1.115


ความเห็นที่ 20 (3206201)
many potholes and ruts lying in wait ugg shoes winter ugg ugg boots for sale that said ugg boots the local riders expertly maintain the trail most of trail is a beginner trail but includes
ผู้แสดงความคิดเห็น 1 (knttdl-at-qq-dot-com)วันที่ตอบ 2010-08-25 01:41:39 IP : 125.121.215.19


ความเห็นที่ 21 (3206323)
louis vuitton handbags reliable designer bag for sale one of these things are the handbag paris fake bag catherine the family fake louis vuitton belt the popularity of the replica louis vuitton handba
ผู้แสดงความคิดเห็น 1 (mheqox-at-gmx-dot-com)วันที่ตอบ 2010-08-25 02:19:09 IP : 125.121.215.19


ความเห็นที่ 22 (3206336)
no surprise to those living in south louisiana that the tracks tendency is to revert to its original form of mudhole ugg classic tall boots online ugg boots ugg boot riders will find uggs
ผู้แสดงความคิดเห็น 1 (ixyxzh-at-aol-dot-com)วันที่ตอบ 2010-08-25 02:23:38 IP : 125.121.215.19


ความเห็นที่ 23 (3209587)
ขอบคุณคาบ
ผู้แสดงความคิดเห็น ohm วันที่ตอบ 2010-09-06 16:58:24 IP : 117.47.16.22


ความเห็นที่ 24 (3214564)

ขอบคุณนะที่ช่วยทำรายงานหาตั้งนานแนะกว่าจะได้

ผู้แสดงความคิดเห็น เอ็ม วันที่ตอบ 2010-09-26 19:36:40 IP : 192.168.0.102,


ความเห็นที่ 25 (3215342)

 น่ารักจัง 00000000000

ผู้แสดงความคิดเห็น kan วันที่ตอบ 2010-09-29 17:17:49 IP : 192.168.212.177


ความเห็นที่ 26 (3217123)
อยากได้ข้อมูล 1.การวางแผนสำหรับเครื่องใช้สำนักงาน 2.กิจนิสัยการใช้เครื่องใช้สำนักงานต่างๆ 3.เครื่องใช้สำนักงานพื้นฐานและสำนักงานอัตโนมัติ
ผู้แสดงความคิดเห็น นาฏญา วันที่ตอบ 2010-10-11 14:53:55 IP : 115.67.147.48


ความเห็นที่ 27 (3217290)
uggs boots uggs boots womens boots womens boots uggs uggs house slippers for kids house slippers for kids
ผู้แสดงความคิดเห็น 1 (tgfsnv-at-263-dot-com)วันที่ตอบ 2010-10-11 19:53:01 IP : 125.121.206.235


ความเห็นที่ 28 (3220527)
Your Guide For Shopping for GHD Hair Straighteners The trend of curly hair straightening has grown to be incredibly common these days and majority of females really like to straighten their hair follicles Within the past it was prevalent to straighten the hair only on special events but at present women favor to straighten their hair follicles everyday to look elegant and attractive It truly is observed that curly hair are damaged mainly because of exposure towards the heat in the straightener so it truly is needed to go through all safety measures which will decrease the dangerous impacts of hair ghd straighteners You will discover different varieties of curly hair straighteners that have diverse capabilities so the choice from the most ideal locks straightener is essential in accordance for the type of hair follicles to be able to avoid the damaging effects ghd locks straightener may be the very best straightener that delivers quite a few advantageous capabilities You will discover diverse models of GHD hair straighteners that happen to be appropriate for certain sorts of head of hair GHD IV styler would be the most acceptable tool that could be employed for all types of curly hair GHD IV salon styler is helpful for thick curly hair It has wider plates that make it uncomplicated to straighten the curly hair in brief duration of time For those having brief locks GHD IV mini styler would be the ideal choice to purchase and it can create waves or curls too For getting GHD curly hair straightener it really is far better to evaluate the attributes and prices to select 1 that is according to personal demands There are many accessories that purchaser can obtain with the straightener so ahead of getting GHD hair follicles straightener the data about all equipment need to be taken There are lots of GHD locks straighteners that are created in different colors The shade of your straightener has nothing to do with its attributes People can select any color of their choice Just before acquiring GHD curly hair straightener it can be essential to be certain that it offers the warranty of two years There are some pretend GHD locks straighteners readily available inside markets so the buyer should make certain that the product he/she is acquiring is original If the GHD hair follicles straightener is bought from a reputable retailer then it will not be a pretend straightener Cautious inspection just before shopping for the straightener lessens the dangers of shopping for a fake straightener
ผู้แสดงความคิดเห็น 1 (vinfjk-at-263-dot-com)วันที่ตอบ 2010-10-30 07:15:15 IP : 125.121.201.235


ความเห็นที่ 29 (3221378)
Your Guide For Shopping for GHD Hair Straighteners The trend of curly hair straightening has grown to be incredibly common these days and majority of females really like to straighten their hair follicles Within the past it was prevalent to straighten the hair only on special events but at present women favor to straighten their hair follicles everyday to look elegant and attractive It truly is observed that curly hair are damaged mainly because of exposure towards the heat in the straightener so it truly is needed to go through all safety measures which will decrease the dangerous impacts of hair ghd straighteners You will discover different varieties of curly hair straighteners that have diverse capabilities so the choice from the most ideal locks straightener is essential in accordance for the type of hair follicles to be able to avoid the damaging effects ghd locks straightener may be the very best straightener that delivers quite a few advantageous capabilities You will discover diverse models of GHD hair straighteners that happen to be appropriate for certain sorts of head of hair GHD IV styler would be the most acceptable tool that could be employed for all types of curly hair GHD IV salon styler is helpful for thick curly hair It has wider plates that make it uncomplicated to straighten the curly hair in brief duration of time For those having brief locks GHD IV mini styler would be the ideal choice to purchase and it can create waves or curls too For getting GHD curly hair straightener it really is far better to evaluate the attributes and prices to select 1 that is according to personal demands There are many accessories that purchaser can obtain with the straightener so ahead of getting GHD hair follicles straightener the data about all equipment need to be taken There are lots of GHD locks straighteners that are created in different colors The shade of your straightener has nothing to do with its attributes People can select any color of their choice Just before acquiring GHD curly hair straightener it can be essential to be certain that it offers the warranty of two years There are some pretend GHD locks straighteners readily available inside markets so the buyer should make certain that the product he/she is acquiring is original If the GHD hair follicles straightener is bought from a reputable retailer then it will not be a pretend straightener Cautious inspection just before shopping for the straightener lessens the dangers of shopping for a fake straightener
ผู้แสดงความคิดเห็น 1 (vdwlvo-at-263-dot-com)วันที่ตอบ 2010-11-01 18:33:51 IP : 125.122.102.4


ความเห็นที่ 30 (3221382)
Your Guide For Shopping for GHD Curly hair ghd straighteners The trend of hair follicles straightening has grow to be very popular nowadays and majority of females love to straighten their locks Inside the past it was frequent to straighten the hair follicles only on special events but currently women prefer to straighten their curly hair each day to look elegant and attractive It can be observed that hair follicles are damaged mainly because of exposure for the heat of your straightener so it can be needed to go by way of all safety measures that will minimize the harmful impacts of curly hair straighteners You will find various sorts of hair straighteners which have diverse features so the selection of your most suitable curly hair straightener is essential in accordance to the type of hair follicles so that you can stay away from the damaging effects ghd curly hair straightener could be the greatest straightener that offers quite a few advantageous capabilities You'll find distinct models of ghd locks straighteners that happen to be suitable for certain sorts of head of hair GHD IV styler may be the most ideal tool that can be used for all forms of locks GHD IV salon styler is helpful for thick hair It has wider plates that make it effortless to straighten the curly hair in brief duration of time For those having brief hair follicles GHD IV mini styler may be the greatest option to buy and it can create waves or curls too For acquiring GHD hair follicles straightener it's far better to evaluate the features and prices to select 1 which is in accordance to private demands There are lots of accessories that purchaser can obtain with the straightener so earlier than buying GHD hair follicles straightener the info about all equipment must be taken There are many ghd hair follicles straighteners that happen to be created in unique colors The coloration in the straightener has nothing to do with its features Individuals can choose any color of their choice Earlier than acquiring GHD locks straightener it's vital to make sure that it provides the warranty of two years You will discover some pretend GHD hair follicles straighteners obtainable inside the markets so the buyer ought to be sure that the item he/she is getting is original If the GHD hair follicles straightener is bought from a reputable retailer then it's going to not be a pretend straightener Cautious inspection earlier than buying the straightener lessens the dangers of getting a faux straightener
ผู้แสดงความคิดเห็น 1 (yandam-at-fepg-dot-com)วันที่ตอบ 2010-11-01 18:36:22 IP : 125.122.102.4


ความเห็นที่ 31 (3221416)
Your Guide For Shopping for GHD Curly hair ghd straighteners The trend of hair follicles straightening has grow to be very popular nowadays and majority of females love to straighten their locks Inside the past it was frequent to straighten the hair follicles only on special events but currently women prefer to straighten their curly hair each day to look elegant and attractive It can be observed that hair follicles are damaged mainly because of exposure for the heat of your straightener so it can be needed to go by way of all safety measures that will minimize the harmful impacts of curly hair straighteners You will find various sorts of hair straighteners which have diverse features so the selection of your most suitable curly hair straightener is essential in accordance to the type of hair follicles so that you can stay away from the damaging effects ghd curly hair straightener could be the greatest straightener that offers quite a few advantageous capabilities You'll find distinct models of ghd locks straighteners that happen to be suitable for certain sorts of head of hair GHD IV styler may be the most ideal tool that can be used for all forms of locks GHD IV salon styler is helpful for thick hair It has wider plates that make it effortless to straighten the curly hair in brief duration of time For those having brief hair follicles GHD IV mini styler may be the greatest option to buy and it can create waves or curls too For acquiring GHD hair follicles straightener it's far better to evaluate the features and prices to select 1 which is in accordance to private demands There are lots of accessories that purchaser can obtain with the straightener so earlier than buying GHD hair follicles straightener the info about all equipment must be taken There are many ghd hair follicles straighteners that happen to be created in unique colors The coloration in the straightener has nothing to do with its features Individuals can choose any color of their choice Earlier than acquiring GHD locks straightener it's vital to make sure that it provides the warranty of two years You will discover some pretend GHD hair follicles straighteners obtainable inside the markets so the buyer ought to be sure that the item he/she is getting is original If the GHD hair follicles straightener is bought from a reputable retailer then it's going to not be a pretend straightener Cautious inspection earlier than buying the straightener lessens the dangers of getting a faux straightener
ผู้แสดงความคิดเห็น 1 (nthcdg-at-pchome-dot-com)วันที่ตอบ 2010-11-01 18:57:41 IP : 125.122.102.4


ความเห็นที่ 32 (3221567)
Your Guide For Shopping for GHD Hair Straighteners The trend of curly hair straightening has grown to be incredibly common these days and majority of females really like to straighten their hair follicles Within the past it was prevalent to straighten the hair only on special events but at present women favor to straighten their hair follicles everyday to look elegant and attractive It truly is observed that curly hair are damaged mainly because of exposure towards the heat in the straightener so it truly is needed to go through all safety measures which will decrease the dangerous impacts of hair ghd straighteners You will discover different varieties of curly hair straighteners that have diverse capabilities so the choice from the most ideal locks straightener is essential in accordance for the type of hair follicles to be able to avoid the damaging effects ghd locks straightener may be the very best straightener that delivers quite a few advantageous capabilities You will discover diverse models of GHD hair straighteners that happen to be appropriate for certain sorts of head of hair GHD IV styler would be the most acceptable tool that could be employed for all types of curly hair GHD IV salon styler is helpful for thick curly hair It has wider plates that make it uncomplicated to straighten the curly hair in brief duration of time For those having brief locks GHD IV mini styler would be the ideal choice to purchase and it can create waves or curls too For getting GHD curly hair straightener it really is far better to evaluate the attributes and prices to select 1 that is according to personal demands There are many accessories that purchaser can obtain with the straightener so ahead of getting GHD hair follicles straightener the data about all equipment need to be taken There are lots of GHD locks straighteners that are created in different colors The shade of your straightener has nothing to do with its attributes People can select any color of their choice Just before acquiring GHD curly hair straightener it can be essential to be certain that it offers the warranty of two years There are some pretend GHD locks straighteners readily available inside markets so the buyer should make certain that the product he/she is acquiring is original If the GHD hair follicles straightener is bought from a reputable retailer then it will not be a pretend straightener Cautious inspection just before shopping for the straightener lessens the dangers of shopping for a fake straightener
ผู้แสดงความคิดเห็น 1 (xpvzbx-at-aol-dot-com)วันที่ตอบ 2010-11-01 20:58:26 IP : 125.122.102.4


ความเห็นที่ 33 (3228105)

ใครมีเทคนิคในการปฏิบัติงานสำนักงานบ้างขอความอนุเคราะห์หน่อยค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น อันดามัน วันที่ตอบ 2010-12-09 09:29:58 IP : 172.16.1.3, 61.


ความเห็นที่ 34 (3234341)

คอบคุณมากๆเลยครับได้ความรู้ในการใช้งานกับชีวิตดี

ผู้แสดงความคิดเห็น จากเด็กหลังเขา วันที่ตอบ 2011-01-20 16:15:03 IP : 49.229.8.145


ความเห็นที่ 35 (3235741)

ขอบคุณมากนะค่ะ

พอดีมีรายการวิชานี้พอดี

ผู้แสดงความคิดเห็น melody_nawan (melody_nawan-at-hotamil-dot-com)วันที่ตอบ 2011-02-02 13:14:35 IP : 223.204.0.80


ความเห็นที่ 36 (3237471)

ขอบคุณมากสำหรับข้อมูลดี ๆ เช่นนี้นะคะ  คราวหลังมาแบ่งบันประสบการตรงในการบริหารสำนักงานบ้างสิคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น จิราภรณ์ วันที่ตอบ 2011-02-17 05:10:19 IP : 124.121.95.7


ความเห็นที่ 37 (3251925)

ใครมีวิชาเทคนิคการปฏิบัติงานสำนักงานบ้าง  รบกวนหน่อยค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น น้องส้ม (supaporn988-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-07-30 15:32:10 IP : 182.53.91.184


ความเห็นที่ 38 (3303069)

 การจัดแผนผังสำนักงานตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เพื่อขจัดความเครื่อนไวที่ไม่จำเป็นมีกี่วิธี อยากทราบมากๆๆเลยค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น praw วันที่ตอบ 2012-11-14 19:47:59 IP : 101.51.197.76



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.