ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > การหัก ณ ที่จ่าย รถขนส่ง

การหัก ณ ที่จ่าย รถขนส่ง


อยากถามว่า บริษัท ใช้บริการรถมินิบัส ในการรับลูกค้าในตอนเช้า และส่งกลับในตอนเย็น โดยจ่ายเป็นรายเดือน และระหว่างวันได้จ้างคนขับรถเพื่อให้ช่วยพาพนักงานไปทำธุระต่าง ๆ เป็นเงินเดือนต่างหาก โดยบริษัท ออกค่าน้ำมันให้ อยากทราบว่ากรณีนี้จะหัก ณ ที่จ่ายอย่างไร (เป็นค่าขนส่ง หรือ ค่าเช่า)

ผู้ตั้งกระทู้ กัลยา แซ่ลิ้ม :: วันที่ลงประกาศ 2006-11-30 14:26:36 IP : 125.24.185.125


[1]

ความเห็นที่ 1 (716979)

ขอเพิ่มคำถามอีกข้อค่ะ   คือถ้าเราซื้อสินค้าโดยผู้ขายจัดส่งมาให้  และเราเป็นผู้ชำระค่าขนส่งปลายทาง  โดยค่าขนส่งแต่ละครั้งไม่ถึง 1,000 (ซึ่งเป็นยอดที่ต้องหักภาษีไว้)    อาจจะครั้งละ 100 200 หรือ 7-800  แต่จ่ายบ่อยๆ  เกือบทุกวัน   และทางบริษัทขนส่งก็ออกใบเสร็จรับเงินให้ตามยอดค่าขนส่งแต่ละครั้ง   อย่างนี้จะต้องหัก ณ ที่จ่ายไว้รึเปล่าคะ 

เพราะมีบางคนบอกว่ากรณีนี้เรียกว่ากระทำเป็นกิจวัตร  ยอดรวมต่อเดือนเกิน 1,000 อยู่แล้ว  ดังนั้นต้องหักเอาไว้ทุกครั้ง   แต่ทางขนส่งเองก็แย้งว่า  ก็เค้ารับเงินต่อครั้งไม่ถึง 1,000  เลยไม่ยอมให้หัก  

อย่างนี้จะว่ากันด้วยประกาศฉบับไหนดีคะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น tui วันที่ตอบ 2006-12-01 16:51:29 IP : 222.123.89.19


ความเห็นที่ 2 (727014)

ตอบคุณ Tui

กรณีอย่างนี้เจอมาแล้ว สรรพากร บอกว่าถึงจะจ่ายแต่ละครั้งไม่ถึง 1.000.- แต่ถ้าทั้งเดือนรวมกันเกิน ก็ต้องหัก ณ ที่จ่าย โดยคิดเป็นยอดรวมทั้งเดือนหัก ที่เดียวก็ได้ แต่ต้องเป็นการหัก ภายในเดือนนั้น

ผู้แสดงความคิดเห็น กัลยา วันที่ตอบ 2006-12-08 14:15:46 IP : 125.24.129.213


ความเห็นที่ 3 (732621)

ตอบข้อแรกก่อนนะครับ ลองดูข้อหารือกรมสรรพากร ลองดูเฉพาะการจ้างรถรับส่งนะครับ น่าจะทำความเข้าใจได้ใกล้เคียงกับ กรณีของบริษัท ณ ครับ

เลขที่หนังสือ : กค 0706(กม.05)/1022
วันที่ : 8 ธันวาคม 2547
เรื่อง : ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีค่าโฆษณา ค่าห้องพัก ค่าจัดหารถยนต์พร้อมคนขับ ค่าเช่า ค่าจ้างเทพื้นคอนกรีต ค่าซื้อหนังสือพิมพ์ ค่าป่วยการ และเงินเดือน
ข้อกฎหมาย : คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528,มาตรา 40(8), มาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร
ข้อหารือ :       1.บริษัทฯ ได้ว่าจ้างบริษัทในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งไม่มีสถานประกอบการใน
ประเทศไทย โฆษณาสินค้าผ่านเว็บไซต์ของบริษัทในประเทศสิงคโปร์ โดยบริษัทฯ จะนำรูปถ่ายและตัวอย่างสินค้าที่ผลิตส่งมอบให้บริษัทในประเทศสิงคโปร์ เพื่อโฆษณาเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักแก่บุคคลที่เข้าไปดูรายการสินค้าในเว็บไซต์ จึงขอทราบว่า หากบริษัทฯ ได้ชำระค่าบริการ (Information Listing In Japan-Thailand Electronic Online Directory) ให้แก่บริษัทในประเทศสิงคโปร์ จะต้องหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่าย (ภ.ง.ด.54) และนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.36) หรือไม่ อย่างไร
      2.บริษัทฯ จ่ายค่าห้องพักของพนักงานให้แก่บริษัทผู้ให้เช่า โดยหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 5.0 ต่อมาบริษัทผู้ให้เช่าได้เปลี่ยนกิจการเป็นโรงแรม และเรียกเก็บเป็นค่าบริการห้องพัก บริษัทฯ สามารถหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 5.0 ได้หรือไม่
      3. บริษัทฯ ทำสัญญากับบริษัทอื่น ให้จัดหารถยนต์ตู้และรถบัสพร้อมคนขับเพื่อรับ-ส่งพนักงานตามจุดต่าง ๆ และจัดหารถบัสพร้อมคนขับนำมาจอดไว้ที่บริษัทฯ ทั้งวันเพื่อรับ-ส่งพนักงานผู้มาทำงานล่วงเวลาในวันหยุด และจัดหารถยนต์ตู้พร้อมคนขับเพื่อสำรอง (Stand by) ไว้ใช้ออกไปในสถานที่ต่าง ๆ แล้วแต่กรณี หรือเพื่อพาแขกไปตีกอล์ฟตามจังหวัดใกล้เคียงในบางครั้ง โดยมีข้อกำหนดแห่งสัญญาให้บริษัทผู้จัดหารถยนต์คำนวณค่าบริการและค่าน้ำมันตามระยะทางพร้อมค่าล่วงเวลา บริษัทฯ ขอทราบว่า
      (1) บริษัทฯ จะต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย สำหรับการให้บริการจัดหารถยนต์ตู้และรถบัสพร้อมคนขับ ในอัตราเท่าใด อย่างไร เป็นอย่างไร
      (2) หลักเกณฑ์การพิจารณาเพื่อหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 5.0 ร้อยละ 3.0 และร้อยละ 1.0 สำหรับค่าเช่า ค่าบริการ และค่าขนส่ง ตามลำดับเป็นอย่างไร
      4.บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายหรือไม่ อย่างไร เพราะเหตุใด สำหรับการจ่ายเงินได้ให้แก่บุคคลธรรมดา ในกรณีดังต่อไปนี้
      (1) กรณีบริษัทฯ ได้ว่าจ้างให้บุคคลธรรมดาทำการกั้นห้อง หรือเทพื้นคอนกรีต โดยผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาสัมภาระทั้งหมด และจ่ายค่าจ้างแต่ละครั้งเป็นจำนวนไม่เท่ากัน
      (2) กรณีบริษัทฯ ซื้อหนังสือพิมพ์รายวันจากบุคคลธรรมดาทุกวันในราคาปกติ
      (3) กรณีรถยนต์รับส่งพนักงานของบริษัทฯ ไม่เพียงพอในบางวัน บริษัทฯ จะว่าจ้างบุคคลธรรมดาให้จัดหารถยนต์พร้อมคนขับ เพื่อรับส่งพนักงานตามสถานที่ต่าง ๆ ตามที่ตกลงกัน โดยตกลงจ่ายค่าจ้างเป็นรายเที่ยวเที่ยวละไม่ถึง 1,000 บาท ตามระยะทางใกล้หรือไกลของเส้นทาง ทั้งนี้ บริษัทฯ จะรวบรวมจ่ายค่าจ้างเป็นรายเดือนเดือนละครั้ง โดยในบางเดือนมีจำนวนเกินกว่า 1,000 บาท
      5.กรณีบริษัทฯ ได้ซื้อเครื่องจักรจากบริษัทในประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตสินค้าประเภทเดียวกัน แต่ไม่มีสถานประกอบการถาวรในไทย และได้ทำข้อตกลงให้บริษัทในประเทศมาเลเซีย จัดส่งวิศวกรเครื่องจักร เพื่อให้คำแนะนำวิธีใช้เครื่องจักรให้ราบรื่นและมีประสิทธิภาพในการผลิตสินค้า โดยบริษัทในประเทศมาเลเซีย จะจัดส่งวิศวกรจำนวน 4 คน มาให้คำแนะนำเป็นระยะเวลาประมาณ 6 เดือน หรืออาจจะมากหรือน้อยกว่า แล้วแต่กรณี ในปีภาษีเดียวกัน โดยบริษัทฯ จะรับผิดชอบให้ความสะดวกเกี่ยวกับที่พักและรถรับ-ส่ง พร้อมจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงวันละ 600 บาท ให้แก่วิศวกรโดยตรง ระหว่างที่พักอยู่ในประเทศไทย รวมทั้งเงินเดือนในประเทศมาเลเซีย เงินประกันตามกฎหมาย ค่าโดยสารเครื่องบินไป-กลับ และค่าล่วงเวลา โดยบริษัทฯ จะโอนเงินดังกล่าวให้แก่บริษัทในประเทศมาเลเซีย ตามใบแจ้งหนี้ที่จัดส่งมาเรียกเก็บภายหลัง บริษัทฯ ขอทราบในกรณีดังต่อไปนี้
      (1) บริษัทฯ จะต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย จากวิศวกรจำนวน 4 คน หรือไม่ หากต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ให้คำนวณภาษีจากฐานรายได้ใด นำส่งด้วยแบบแสดงรายการใด หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอย่างไร
      (2) บริษัทฯ ในประเทศมาเลเซียต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทยหรือไม่ อย่างไร
      (3) บริษัทฯ ต้องหักภาษีเงินได้ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร และนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ อย่างไร จากฐานค่าใช้จ่ายใดบ้าง
แนววินิจฉัย :       (1) เนื่องจากกรณีดังกล่าวถ้ามีการเปิดเว็บไซต์เพื่อใช้บริการในประเทศไทย ถือว่าเป็นการให้บริการในต่างประเทศ และมีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร เมื่อบริษัทฯ จ่ายเงินค่าบริการให้กับผู้ประกอบการในต่างประเทศ บริษัทฯ มีหน้าที่นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการมีหน้าที่ต้องเสียตามมาตรา 83/6(2) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 3 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.104/2544ฯ ลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2544 ด้วยแบบ ภ.พ.36 ในอัตราร้อยละ 7.0
      (2) กรณีตาม 1.2 หากการจ่ายค่าห้องพักนั้นเป็นการจ่ายให้แก่ผู้ประกอบการโรงแรม เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ ผู้จ่ายจึงไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามข้อ 12/1 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ.2528 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.104/2544ฯ ลงวันที่ 15 กันยายน พ.ศ.2544
      (3) กรณีตาม 1.3 แยกการพิจารณาเป็นรายประเด็นตามข้อเท็จจริงดังนี้
           (1) หากปรากฏข้อเท็จจริงว่าบริษัทฯ ทำสัญญาว่าจ้างให้บริษัทผู้รับจ้างจัดหารถยนต์พร้อมคนขับโดยมีข้อกำหนดที่แน่นอนในสัญญาเกี่ยวกับสถานที่ เส้นทาง และเวลาการรับ-ส่ง โดยมิได้ส่งมอบการครอบครองรถยนต์ให้แก่บริษัทฯ กรณีดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นการให้บริการขนส่งในราชอาณาจักร ดังนั้น ค่าจ้างที่บริษัทฯ ได้จ่ายให้แก่บริษัทผู้รับจ้าง จึงถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร และหากมิใช่เป็นการให้บริการขนส่งแก่บุคคลทั่วไป อันเป็นเงื่อนไขของการให้บริการขนส่งสาธารณะ บริษัทฯ ผู้จ่ายมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 1.0 ตามข้อ 12/4 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ.2528 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.104/2544ฯ ลงวันที่ 15 กันยายน พ.ศ.2544
           (2) หากเป็นกรณีบริษัทผู้จัดหารถยนต์พร้อมคนขับได้ส่งมอบการครอบครองรถยนต์ให้แก่บริษัทฯ ไว้ประจำ ณ สถานประกอบการ และได้มีข้อกำหนดที่แน่นอนแห่งสัญญา ให้บริษัทฯ เป็นผู้กำหนดเส้นทางและมีสิทธิเรียกใช้รถยนต์นอกเวลาทำงาน กรณีดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นการให้เช่าทรัพย์สินตามมาตรา 587 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บริษัทฯ ผู้จ่ายเงินค่าเช่าอันถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(5)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 5.0 ตามข้อ 6 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ.2528
           (3) หากการให้บริการรับ-ส่งพนักงานฯ หรือให้บริการนำแขกของบริษัทฯ ออกไปตีกอล์ฟตามจังหวัดใกล้เคียง และได้มีการให้บริการนอกเหนือไปจากการรับขน เช่น การนำแขกเที่ยวชมสถานที่ต่าง ๆ โดยบริษัทฯ ผู้รับจ้างจะอำนวยความสะดวกเพื่อการเที่ยวชมทุกประการ เป็นต้น กรณีดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นการให้บริการรับจ้างทำของ บริษัทฯ ผู้จ่ายค่าบริการฯ อันถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3.0 ตามข้อ 8 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ.2528
      (4) กรณีตาม 1.4 แยกการพิจารณาเป็นรายประเด็นตามข้อเท็จจริง ดังนี้
          (1) กรณีบริษัทฯ ได้ว่าจ้างให้บุคคลธรรมดาทำการกั้นห้อง หรือเทพื้นคอนกรีต หากปรากฏข้อเท็จจริงว่า
               (ก) ผู้รับจ้างได้ใช้แรงงานของตนเป็นส่วนใหญ่ โดยไม่มีการจัดตั้งเป็นสำนักงานที่มีเครื่องมือ เครื่องใช้ ไม่มีการจ้างพนักงาน ลูกจ้าง กรณีดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นเงินได้เนื่องจากการรับทำงานให้ตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ ผู้จ่ายมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50(1) แห่งประมวลรัษฎากร
               (ข) ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญนอกจากเครื่องมือ เช่น สี ปูน อิฐ และวัสดุต่าง ๆ ทั้งหมด เข้าลักษณะเป็นเงินได้จากการรับเหมาตามมาตรา 40(7) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ ผู้จ่ายมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3.0 ตามข้อ 8 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ.2528
               (ค) ผู้รับจ้างได้จัดตั้งเป็นสำนักงานและได้ลงทุนด้วยการจัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ และมีค่าใช้จ่ายประจำของสำนักงาน ตลอดจนค่าจ้างพนักงานหรือลูกจ้าง กรณีดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินเนื่องจากการประกอบธุรกิจหรือพาณิชย์ ตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ ผู้จ่ายมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3.0 ตามข้อ 8 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ.2528 (เทียบเคียงหนังสือที่ กค 0802/4080 ลงวันที่ 20 มีนาคม 2533)
           (2) กรณีบริษัทฯ ซื้อหนังสือพิมพ์รายวันจากบุคคลธรรมดาทุกวันในราคาปกติ
               (ก) หากปรากฏข้อเท็จจริงว่าบุคคลธรรมดาซื้อหนังสือพิมพ์มาเพื่อ
จำหน่ายให้บริษัทฯ เงินได้จากการขายหนังสือพิมพ์ เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ ผู้จ่ายไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายแต่อย่างใด
               (ข) หากปรากฏข้อเท็จจริงว่า บริษัทฯ ว่าจ้างให้บุคคลธรรมดารับ
หนังสือพิมพ์มาส่งให้แก่บริษัทฯ โดยบริษัทฯ จะเป็นผู้จ่ายค่าหนังสือพิมพ์ให้แก่ผู้ขายโดยตรง และจ่ายค่ารับ-ส่งหนังสือพิมพ์ให้แก่บุคคลธรรมดาต่างหาก ค่ารับส่งหนังสือพิมพ์เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินเนื่องจากการรับทำงานให้ตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ ผู้จ่ายมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50(1) แห่งประมวลรัษฎากร
           (3) กรณีรถยนต์รับส่งพนักงานไม่เพียงพอ บริษัทฯ จะว่าจ้างให้บุคคลธรรมดาจัดหารถยนต์พร้อมคนขับเพื่อรับส่งพนักงาน นั้น หากเป็นการให้บริการขนส่งจากสถานที่แห่งหนึ่งไปยังสถานที่อีกแห่งหนึ่งเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีการให้บริการอย่างอื่นและไม่มีการส่งมอบการครอบครองรถยนต์ให้แก่บริษัทฯ กรณีดังกล่าวถือเป็นการจ่ายค่าขนส่งที่มิใช่เป็นการขนส่งสาธารณะ อันเข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร หากบริษัทฯ จ่ายเงินในแต่ละครั้งตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป บริษัทฯ จะต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 1.0 ตามข้อ 12/4 แห่งคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ.2528 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.104/2544ฯ ลงวันที่ 15 กันยายน พ.ศ.2544
      (5) กรณีตาม 1.5 แยกการพิจารณาเป็นรายประเด็นตามข้อเท็จจริง ดังนี้
           (1) วิศวกรเครื่องจักรซึ่งเป็นลูกจ้างบริษัทมาเลเซียมีหน้าที่ต้องนำเงินได้และผลประโยชน์ที่ได้รับเนื่องจากหน้าที่งานที่ทำในประเทศไทย มารวมคำนวณเป็นเงินได้เพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทย ตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร และเนื่องจากเงินได้ดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นบริการส่วนบุคคลที่ได้ให้บริการในประเทศไทย เงินได้และผลประโยชน์ดังกล่าว จึงสามารถเก็บภาษีได้ในประเทศไทยตามข้อ 14 วรรคหนึ่ง แห่งอนุสัญญาระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซียเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนฯ แต่วิศวกรดังกล่าว อาจได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ในประเทศไทย หากเข้าเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
               (ก) วิศวกรดังกล่าวเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยชั่วระยะเวลาหนึ่งหรือหลายระยะเวลาซึ่งรวมกันไม่เกินกว่า 183 วันในปีภาษีนั้น และ
               (ข) การเข้ามาทำงานในประเทศไทยนั้น เป็นการทำงานในนามบริษัทมาเลเซีย และ
               (ค) เงินเดือน ค่าตอบแทนหรือผลประโยชน์ มิได้หักจากกำไรที่ต้องเสียภาษีในไทย
           (2) เนื่องจากเงินได้จากการรับจ้างให้คำแนะนำ เข้าลักษณะเป็นกำไรจากธุรกิจ ดังนั้น หากปรากฏข้อเท็จจริงว่า บริษัทในประเทศมาเลเซียส่งวิศวกรเข้ามาปฏิบัติงานในประเทศไทย มีระยะเวลาเกินกว่า 6 เดือน ถือว่าบริษัทในประเทศมาเลเซีย มีสถานประกอบการถาวรในประเทศไทยตามข้อ 5 แห่งอนุสัญญาระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซียเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนฯ บริษัทมาเลเซียจะต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 30 ของกำไรสุทธิ ทั้งนี้ ตามมาตรา 76 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร และข้อ 7 วรรคหนึ่ง แห่งอนุสัญญาดังกล่าว โดยคำนวณจากรายได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่กระทำในรอบระยะเวลาบัญชีหักด้วยรายจ่ายตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร
เลขตู้ : 68/33267

ผู้แสดงความคิดเห็น เว็บมาสเตอร์ วันที่ตอบ 2006-12-12 23:55:25 IP : 124.121.135.87


ความเห็นที่ 4 (732624)
หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์กับ ผู้อื่นที่มี กรณีเช่นเดียวกับคุณกัลยา นะครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น เว็บมาสเตอร์ วันที่ตอบ 2006-12-13 00:01:18 IP : 124.121.135.87


ความเห็นที่ 5 (732628)
หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์กับ ผู้อื่นที่มี กรณีเช่นเดียวกับคุณกัลยา นะครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น เว็บมาสเตอร์ วันที่ตอบ 2006-12-13 00:07:24 IP : 124.121.135.87


ความเห็นที่ 6 (784186)

ขอบคุณที่ตอบคำถามค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น กัลยา วันที่ตอบ 2007-01-17 16:03:18 IP : 125.24.135.142


ความเห็นที่ 7 (2904292)

อยากถามว่า บริษัทฯ ใช้บริการขนส่งจากบริษัทที่จดทะเบียนข่นส่งเรียบร้อยแล้วจะหักภาษี ณ ที่จ่ายอย่างไร ทางบริษัทได้ว่าจ้างให้ขนส่งเป็นเหมาจ่ายค่ารถรายเดือน และ ค่าแรงพร้อมโอทีเป็นรายเดือน และ มีว่าจ้างเป็นรายเที่ยวไม่ได้ประจำกับทางบริษัทฯ การหักภาษี ณ ที่จ่ายหักเหมือนกันหรือไม่อย่างไร

ผู้แสดงความคิดเห็น นุ่น วันที่ตอบ 2008-09-08 09:59:16 IP : 203.146.49.168


ความเห็นที่ 8 (3137568)

 ธุรกิจโรงแรมต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายหรือไม่

ผู้แสดงความคิดเห็น โสภาวดี วันที่ตอบ 2009-12-14 16:36:07 IP : 124.121.171.93


ความเห็นที่ 9 (3148523)

อยากถามว่า  ทางบริษัทได้จดทะเบียน หจก. ให้บริการรถตู้รับ-ส่งพนักงานบริษัทลูกค้า คิดภาษีอัตราเท่าได และในการวางบิลให้กับลูกค้าต้องออกเอกสารอะไรบ้างค่ะ เพิ่งเริ่มทำเป็นเดือนแรกค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อร (smile_audy-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-01-24 22:20:49 IP : 202.149.25.225


ความเห็นที่ 10 (3285557)

รบกวนหน่อยนะค่ะ

ดิฉันเป็นมูลนิธิ ได้จัดกิจกรรมภายในพาเด็กๆไปทัศนศึกษา จำเป็นต้องใช้รถบัสไปยังสถานที่ต่างๆ กรณีนี้ อยากทราบว่า จะต้องหักภาษี ณที่จ่าย ตามมาตราใด เป็นค่าอะไร หักกี่เปอร์เซ็นต์ ค่ะ

ขอขอบคุณสำหรับคำตอบไว้ล่วงหน้านะค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น นพรัต วันที่ตอบ 2012-05-05 14:39:29 IP : 118.173.66.169



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.