ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)

กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)


สธ.ออกประกาศปรับปรุงรายชื่อตำรายา 7 รายการ

 

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  6 เมษายน 2553

 

สธ.เผยรายชื่อตำรายา 7 ใหม่รายการ กำหนดคุณภาพมาตรฐาน ทันสมัย ถูกต้องตามนโยบาย พร้อมชี้แจงของยาเสพติดให้โทษที่ใช้ในทางการแพทย์ ป้องกันสรรพคุณเกินจริง
       
       
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกประกาศเรื่อง กำหนดมาตรฐานว่าด้วยปริมาณ ส่วนประกอบ คุณภาพ ความบริสุทธิ์ หรือลักษณะอื่นของยาเสพติดให้โทษที่ใช้ในทางการแพทย์ เพื่อบำบัดรักษาอาการเจ็บป่วย ตลอดจนการบรรจุและการเก็บรักษายาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2553 ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย โดยให้ยกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุขเดิม ซึ่งใช้มาเป็นเวลานาน 22 ปี ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2531 เนื่องจากขณะนี้ตำรับยาฯมีการเปลี่ยนแปลงหัวข้อต่างๆ ที่ทันสมัยมากขึ้นกว่าเดิม และส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงวิธีวิเคราะห์คุณภาพมาตรฐานของยาเสพติดให้โทษ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จึงปรับปรุงเพื่อให้การกำหนดคุณภาพมาตรฐานของยาเสพติดให้โทษมีความถูกต้อง ทันสมัย สอดคล้องกับมาตรฐานตามตำรายาในปัจจุบัน และเหมาะสมกับสภาพความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งจะเป็นผลให้ยาเสพติดให้โทษที่ใช้ในประเทศ มีคุณภาพ มาตรฐาน มีประสิทธิผลในการรักษา และมีความปลอดภัยต่อประชาชนผู้ใช้
       
       
นายจุรินทร์กล่าวอีกว่า ตามประกาศฉบับนี้ กำหนดรายชื่อตำรายา จำนวน 7 รายการ ซึ่งได้กำหนดปริมาณ ส่วนประกอบ คุณภาพ ความบริสุทธิ์ หรือลักษณะอื่นของยาเสพติดให้โทษ ตลอดจนการบรรจุ และการเก็บรักษายาเสพติดให้โทษ ซึ่งผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 โดยได้ลงนามในประกาศ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2553 เพื่อนำลงในราชกิจจานุเบกษา และมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 180 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
       

       
       
สำหรับรายชื่อตำรายาฯ 7 รายการ มีดังนี้

1.ตำรายาของประเทศไทย เล่มที่ 1 ภาค 1 และภาค 2 และฉบับเพิ่มเติม ซึ่งจัดพิมพ์โดยกระทรวงสาธารณสุขหรือฉบับที่ตีพิมพ์ใหม่กว่า

2.ตำรายาของประเทศไทย เล่มที่ 2 ภาค 1-3 และฉบับเพิ่มเติม ซึ่งจัดพิมพ์โดยกระทรวงสาธารณสุขหรือฉบับที่ตีพิมพ์ใหม่กว่า

3.ตำราอินเตอร์ แนชนาลฟาร์มาโคเปีย ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 3 และฉบับเพิ่มเติม หรือฉบับที่ตีพิมพ์ใหม่กว่า

4.ตำราฟาร์มาโคเปียของสหรัฐอเมริกา ฉบับแก้ไข ครั้งที่ 30 ตำราแนชนาลฟอร์มูลารี ฉบับที่ 25 และฉบับเพิ่มเติมหรือฉบับที่ตีพิมพ์ใหม่กว่า

5. ตำราบริติชฟาร์มาโคเปีย ฉบับ ค.ศ. 2007 และฉบับเพิ่มเติม หรือฉบับที่ตีพิมพ์ใหม่กว่า

6.ตำราบริติช ฟาร์มาโคเปีย (สำหรับยาที่ใช้ในสัตว์) ฉบับ ค.ศ. 2007 และฉบับเพิ่มเติม หรือฉบับที่ตีพิมพ์ใหม่กว่า และ

7. ตำรายูโรเปียนฟาร์มาโคเปีย ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 5 และฉบับเพิ่มเติม หรือฉบับที่ตีพิมพ์ใหม่กว่า

- - - - - - - - - - - - - - - - - -  

พันตรีศิริชัย   ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล (ส.พ.ค.)

โทร. 02-990-0331

http://www.waddeeja.com

http://www.youtube.com พิมพ์ apdi. หรือ

สมาคมคนพิการ

07043530849

*********************

 



ผู้ตั้งกระทู้ พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ (apdmajor1-at-yahoo-dot-com) :: วันที่ลงประกาศ 2010-04-07 08:49:27 IP : 124.121.140.184


[1]

ความเห็นที่ 1 (3168905)

จุรินทร์เชื่อ ครม.เห็นชอบ พ.ร.บ.คุ้มครองความเสียหายจากแพทย์ ลดฟ้องร้อง-เยียวยาได้ทันที

 

จุรินทร์มั่นใจ ครม.เห็นชอบ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุขทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ช่วยลดฟ้องร้องแพทย์ ยึดหลักการเยียวยาผู้ป่วยทันทีไม่ต้องพิสูจน์ถูกผิด รัฐสนับสนุนงบประมาณร่วมกับโรงพยาบาลรัฐ-เอกชนร่วมสมทบเงิน สบส.เจ้าภาพดูแลกองทุน แก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ยุบให้การช่วยเหลือตาม ม.41 ย้ำไม่ตัดสิทธิฟ้องอาญา
       
       
วันนี้ (8 เม.ย.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 7 เมษายน คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ.... เนื้อหาสาระให้มีการจัดตั้งกองทุนคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข 1 กองทุน โดยรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณจำนวนหนึ่งและโรงพยาบาลทั้งที่สังกัดรัฐและเอกชนร่วมสมทุบอีกจำนวนหนึ่ง สำหรับใช้เป็นค่าชดเชยค่าเสียหายให้กับผู้ได้รับความเสียหาย ไม่ต้องรอพิสูจน์ผู้กระทำผิด ซึ่งกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) จะเป็นผู้ดูแลสำนักงานกองทุน ตามที่คณะกรรมการกฤษฎีกาให้ความเห็น
       
       
นายจุรินทร์ กล่าวว่า การบริหารกองทุนจะมีคณะกรรมการ 1 ชุด มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน อธิบดีกรม สบส.เป็นเลขานุการ รวมทั้งตั้งอนุกรรมการที่สำคัญ 2 ชุด คือ อนุกรรมการพิจารณาให้เงินช่วยเหลือเบื้องต้น ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านนิติศาสตร์ ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ด้านคุ้มครองผู้บริโภค ผู้แทนสถานพยาบาลและผู้แทนผู้รับบริการสาธารณสุข ทำหน้าที่พิจารณาให้เงินช่วยเหลือเบื้องต้น และ 2.อนุกรรมการประเมินเงินชดเชย มีหน้าที่พิจารณาว่าจำนวนเงินที่จ่ายชดเชยมีความเหมาะสมหรือไม่ ทั้งนี้ ในการพิจารณาจ่ายเงินชดเชยจะยึดตามหลักชดใช้ค่าสินไหมทดแทนฐานละเมิดตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
       
       “
ถ้ากฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ จะเกิดประโยชน์ทั้งผู้ป่วยและผู้ให้บริการ จะมีส่วนช่วยให้ผู้เสียหายได้รับเงินเยียวยาชดเชยทันท่วงที ไม่ต้องรอการฟ้องศาลเพื่อพิสูจน์ถูกผิด ช่วยลดการฟ้องร้องระหว่างแพทย์และผู้ป่วยได้มาก เพราะหากตกลงค่าสินไหมกันได้ก็ไม่จำเป็นต้องฟ้องศาล อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับนี้ ไม่ได้ตัดสิทธิการฟ้องทางอาญานายจุรินทร์ กล่าว
       
       
นายจุรินทร์ กล่าวด้วยว่า ขั้นตอนต่อจากนี้จะส่งร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ไปยัง คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาตามขั้นต่อไป
        
       
ซึ่งในรายละเอียดวิธีปฏิบัติยังสามารถปรับแก้ให้เหมาะสมได้ นอกจากนี้ ครม.ยังให้การเห็นชอบการแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 โดยให้ยกเลิกมาตรา 41 ที่ระบุให้มีการจ่ายเงินชดเชยเบื้องต้นให้ผู้ได้รับความเสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข หาก พ.ร.บ.ฉบับใหม่นี้มีผลบังคับใช้ด้วย เพื่อให้การจ่ายเงินชดเชยแก่ผู้ป่วยไม่ซ้ำซ้อนและไม่ให้เกิดความสับสน

 

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - -  

พันตรีศิริชัย   ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล (ส.พ.ค.)

โทร. 02-990-0331

http://www.waddeeja.com

http://www.youtube.com พิมพ์ apdi. หรือ

สมาคมคนพิการ

0804532030

*********************

 

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ (apdmajor1-at-yahoo-dot-com)วันที่ตอบ 2010-04-08 20:30:47 IP : 124.121.141.226


ความเห็นที่ 2 (3171533)

สธ.ให้สิทธิรักษาฟรีผู้นำศาสนา-ผู้บำเพ็ญประโยชน์ พร้อมลดค่าห้องพิเศษ50%

จุรินทร์ลงนามระเบียบให้สิทธิรักษาฟรี ผู้นำศาสนา และผู้บำเพ็ญประโยชน์แก่ประเทศชาติ พร้อมลดค่าห้องพิเศษ อาหารพิเศษร้อยละ 50 ขณะนี้อยู่ระหว่างรอลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป
       

       
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ลงนามออกระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการช่วยเหลือในการรักษาพยาบาลฉบับที่ 5 พ.ศ.2553 เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2553 ที่ผ่านมา เพื่อให้สวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลแก่กรรมการอิสลามประจำจังหวัด กรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย อิหม่าม คอเต็บ บิหลั่น พระภิกษุ และสามเณร รวมทั้งบุคคลที่ทำประโยชน์แก่ประเทศชาติ ให้ได้รับสิทธิการรักษาพยาบาลโดยไม่คิดมูลค่า และหากอยู่ห้องพิเศษจะได้รับสิทธิส่วนลดค่าห้องพิเศษและอาหารพิเศษ ร้อยละ 50 ของอัตราที่กำหนดไว้
       
       
ตามระเบียบนี้ ได้กำหนดการรับสิทธิเป็น 2 ประเภท คือ

       ประเภทที่ 1 ได้รับสิทธิทั้งตนเอง รวมถึงบุคคลในครอบครัว มีทั้งหมด 7 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญงานพระราชสงครามในทวีปยุโรป

2.ทหารและเจ้าหน้าที่ผู้ซึ่งไปร่วมรบกับสหประชาชาติ ณ ประเทศเกาหลี หรือไปทำการรบ ณ สาธารณรัฐเวียดนาม

3.อาสาสมัครมาลาเรียตามโครงการของกระทรวงสาธารณสุข

4.ช่างสุขภัณฑ์หมู่บ้านตามโครงการของกรมอนามัย

5.ผู้บริจาคเงิน ที่ดิน หรือทรัพย์สินอื่นใดให้กับกระทรวงสาธารณสุขซึ่งคำนวณเป็นเงินแล้วไม่น้อยกว่า 2 ล้านบาท

6.ผู้บริหารโรงเรียนและครูของโรงเรียนเอกชนที่สอนศาสนาอิสลาม ควบคู่กับวิชาสามัญหรือวิชาชีพ ในเขตจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช ระนอง กระบี่ พังงา และภูเก็ต และ

7. กรรมการอิสลามประจำจังหวัด และกรรมการอิสลามกลางแห่งประเทศไทย
       
       
ประเภทที่ 2 ได้รับสิทธิเฉพาะตัว ประกอบด้วย 10 กลุ่ม ได้แก่

1. ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญราชการชายแดน

2. ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชน

3. ทหารและเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปราบปรามผู้ก่อการร้าย

4. บุคคลผู้ได้รับบาดเจ็บจากการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามผู้กระทำความผิด

5. บุคคลผู้ถูกโจรทำร้ายร่างกาย

6. สมาชิกผู้บริจาคโลหิตของสภากาชาดไทย ซึ่งมีหนังสือรับรองจากสภากาชาดไทยว่าได้บริจาคโลหิตตั้งแต่ 24 ครั้งขึ้นไป

7. หมออาสาหมู่บ้านตามโครงการของกระทรวงกลาโหม

8. ผู้บริจาคเงิน ที่ดิน หรือทรัพย์สินอื่นใดให้กับกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งคำนวณเป็นเงินแล้วไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท

9. พระภิกษุ และสามเณร และ

10. อิหม่าม คอเต็บ บิหลั่น
       
       ขณะนี้ ระเบียบดังกล่าว อยู่ระหว่างขั้นตอนรอลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา และจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - -  

พันตรีศิริชัย   ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล (ส.พ.ค.)

โทร. 02-990-0331

http://www.waddeeja.com

http://www.youtube.com พิมพ์ apdi. หรือ

สมาคมคนพิการ

1804531635

*********************

 

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ (apdmajor1-at-yahoo-dot-com)วันที่ตอบ 2010-04-18 16:35:24 IP : 124.121.140.240


ความเห็นที่ 3 (3178278)

ผู้ป่วยจิตเวชเฮ!!   ตุลาคม  2553 นี้

 

 ผู้ป่วยจิตเวชได้รับการดูแลเพิ่มขึ้น หลังมติบอร์ดอนุมัติจัดตั้งกองทุนจิตเวชและรักษาใน รพ.ไม่จำกัดจำนวน/ครั้ง โดยอยู่ภายใต้ดุลพินิจของแพทย์ ขณะเดียวกัน ครม.อนุมัติงบดูแลผู้ป่วยจิตเวชกว่า ๒๐๓ ล้านบาท เผย สถานการณ์โรคทางจิตเวช มีผู้ป่วยจิตเภทที่มีความรุนแรงเริ่มต้น หรือรุนแรงถึง ๑๒ล้านคนแต่เข้าถึงบริการเพียงร้อยละ๔หรือ ๔.๘ แสนคนเท่านั้น

 

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยหลังการประชุมบอร์ด สปสช.ว่า ในปี ๒๕๕๔ รัฐบาลได้จัดงบประมาณสุขภาพทางกองทุนจิตเวช ในจำนวนนั้นจะมีการให้บริการผู้ป่วยจิตเวชรวมอยู่ด้วย โดยเป็นในรูปกองทุนแยกต่างหากจากงบเหมาจ่ายรายหัว ซึ่งจากเดิมที่ให้บริการผู้ป่วยจิตเวชหากใช้บริการรักษาพยาบาลได้ไม่เกินครั้งละ ๑๕ วัน แต่มติบอร์ดเห็นชอบว่าให้บริการโดยไม่จำกัดจำนวนครั้งในการใช้บริการ ซึ่งทั้งนี้ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของแพทย์ ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยได้รับการบริการเพิ่มขึ้น

 

นายจุรินทร์ กล่าวว่า จากข้อมูลกรมสุขภาพจิต ระบุว่า มีผู้ป่วยนอนพักรักษาตัวใน รพ.เฉลี่ยจะอยู่เกิน ๑๕ วัน มีถึงร้อยละ ๕๒ หากแบ่งสัดส่วนของการใช้บริการใน รพ.พบว่า รพ.ศูนย์มีถึงร้อยละ ๒๐.๗ ขณะที่ รพ.จิตเวช สังกัดกรมสุขภาพจิตมีถึงร้อยละ ๕๘.๗ สำหรับ รพ.ทั่วไปมีถึงร้อยละ ๖๖.๑ อย่างไรก็ตาม การให้บริการรักษาผู้ป่วยจิตเวชที่อยู่เกิน ๑๕ วันจะได้รับการดูแลโดยไม่จำกัดนั้นสามารถเริ่มได้ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ (ปีงบประมาณ ๒๕๕๔) นี้ เป็นต้นไป ซึ่งคาดว่าจะลดการใช้ยารักษาทางด้านจิตเวชในอนาคตด้วย

 

นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) กล่าวว่า นอกจากนี้แล้ว สปสช.ยังได้บริการขยายสิทธิประโยชน์รักษาผู้ป่วยจิตเวชในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือสิทธิบัตรทองหลังจากคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณกว่า ๒๐๓ ล้านบาทให้ดำเนินจัดหายาดูแลผู้ป่วยจิตเวชให้ได้เข้าถึงการรักษาพยาบาลในโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมในการให้บริการ คาดว่า จะเริ่มดำเนินการได้ในปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ซึ่งอยู่ในระหว่างดำเนินการความร่วมมือกับองค์การเภสัชกรรมในผลิตยา และกรมสุขภาพจิตในการจัดระบบการกระจายยาเพื่อให้ผู้ป่วยได้เข้าถึงยาดังกล่าวด้วย

 

เลขาธิการ สปสช.กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ คณะอนุกรรมการคัดเลือกยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นและมีปัญหาในการเข้าถึงยาของประชาชนในระบบหลักประกันสุขภาพได้เสนอยา ๒ รายการ คือยาทั้งยาริสเพอริโดน (Risperidone) รักษาโรคจิตเภท และเซอร์ทราไลน์ (Sertraline) รักษาโรคซึมเศร้า อย่างไรก็ตาม ยาเซอร์ทราไลน์นั้น องค์การเภสัชกรรมสามารถผลิตได้แล้วรอขึ้นทะเบียนจากอย. และคาดว่า จะนำยาดังกล่าวบรรจุยาเข้าไปในบัญชียาหลักแล้วใช้รักษาผู้ป่วยระบบเดียวกันทั่วประเทศได้ ซึ่งนั่นหมายความว่าจะทำให้ผู้ป่วยได้รับยาอย่างทั่วถึง

 

ทั้งนี้ ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ปี ๒๕๕๑ พบว่า ประเทศไทยมีผู้ป่วยจิตเวชที่มีอาการเริ่มต้นถึงรุนแรงทั้งหมดร้อยละ ๒๐ หรือ ๑๒ ล้านคน โดยเป็นผู้ป่วยจิตเภทประมาณร้อยละ ๑ หรือ ๖ แสนคน โรคซึมเศร้า ประมาณ ร้อยละ ๒ หรือ ๑.๒ ล้านคน แต่ในจำนวนนี้เข้าถึงบริการสุขภาพได้เพียงร้อยละ ๔ หรือประมาณ ๔.๘ แสนคนเท่านั้นเนื่องจากที่ผ่านมา ยาที่ใช้ในการรักษานั้นมีราคาแพง

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับยาริสเพอริโดนนั้น ยาต้นตำรับราคาเม็ดละ ๔๐ บาท องค์การเภสัชกรรมผลิตได้ในราคาเม็ดละ ๔ บาท ขณะที่ ยาเซอร์ทราไลน์ ยาต้นตำรับเม็ดละ ๓๗ บาท หากองค์การเภสัชกรรมผลิตได้เองจะเหลือเม็ดละ ๕ บาท ซึ่งเมื่อองค์การเภสัชกรรมสามารถผลิตได้แล้วและมีคุณภาพเทียบเท่ายาต้นแบบ 

- - - - - - - - - - - - - - - - - -  

พันตรีศิริชัย   ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล (ส.พ.ค.)

โทร. 02-990-0331

http://www.waddeeja.com

http://www.youtube.com พิมพ์ apdi. หรือ

สมาคมคนพิการ

1105531609

*********************

 

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ (apdmajor1-at-yahoo-dot-com)วันที่ตอบ 2010-05-11 16:09:19 IP : 124.121.138.254


ความเห็นที่ 4 (3181674)

สธ.จัดงบ 300 กว่าล้านบริการคนพิการทั่วไทยปี 53

คมชัดลึก : สาธารณสุข ทำโครงการเทิดพระเกียรติ 82 พรรษา ให้ อสม.เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ค้นหาคนพิการ ทีมแพทย์จากโรงพยาบาลกว่า 800 แห่งทั่วประเทศตรวจรับรองความพิการ เริ่มตั้งแต่ 25 พ.ย.-3 ธ.ค. 2552 เบื้องต้นพบคนพิการรายใหม่ 122,343 คน และจะสำรวจต่อเนื่องจนถึงสิ้นเดือนนี้ โดยในปีงบประมาณ 2553 ได้จัดงบ 300 กว่าล้านบาท บริการคนพิการทั้งอุปกรณ์และการฟื้นฟูสมรรถภาพ

 นายวิทยา กล่าวว่า ในปี 2552 นี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดทำโครงการรวมพลังค้นหาและตรวจประเมินความพิการ ทุกครัวเรือนให้เข้าถึงสวัสดิการของรัฐอย่างทั่วถึง เพื่อเทิดพระเกียรติ 82 พรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นับเป็นครั้งแรกในประเทศ โดยให้อสม.ทั่วประเทศกว่า 9 แสนคน ร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข   ออกค้นหาคนพิการ ทุกครัวเรือนทั่วประเทศ เริ่มตั้งแต่ 25 พฤศจิกายน - 3 ธันวาคม2552 เบื้องต้น พบผู้มีความพิการ ชัดเจนและสงสัยว่าพิการ รวม 642,268 คน ในจำนวนนี้มีบัตรประจำตัวแล้ว 519,925 คน   ที่เหลืออีก 122,343 คนยังไม่มี ทีมแพทย์โรงพยาบาลกว่า 800 แห่งในสังกัดจะได้ตรวจยืนยันและออกหนังสือรับรองเป็นคนพิการ รายใหม่อีก    และจะขยายการสำรวจไปจนถึงสิ้นเดือนนี้   หลังจากนี้จะส่งมอบรายชื่อคนพิการ ทั้งหมดนี้ให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์   เพื่อทำบัตรประจำตัวให้คนคนพิการ เพื่อรับสิทธิต่างๆ   ต่อไป  

 ในปีงบประมาณ 2553 กระทรวงสาธารณสุข โดย สปสช. ได้จัดงบประมาณเพื่อดูแลและฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ ไว้ประมาณ 300 กว่าล้านบาท เฉลี่ยหัวละ 8 บาท โดยมีคนพิการ ที่ขึ้นทะเบียนจำนวน 567,703 คน   โดยร้อยละ 80 เป็นค่าจัดหาอุปกรณ์เครื่องช่วยคนพิการ และอีกร้อยละ 20 เป็นงบพัฒนารูปแบบบริการในโรงพยาบาล และสนับสนุนโครงการองค์กรคนพิการ เพื่อร่วมฟื้นฟูศักยภาพคนพิการ ด้วย

 ด้านนายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ความพิการ ของคนไทย ที่พบมากที่สุดเป็นความพิการ ทางกายและการเคลื่อนไหวเช่นแขนขาขาด มีร้อยละ 47 รองลงมาคือ หูหนวกร้อยละ 22   คนพิการ อยู่ในชนบทมากกว่าเขตเมือง2 เท่า และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นตามอายุ   มากที่สุดในกลุ่มอายุ75 ปีขึ้นไปถึงร้อยละ 31สาเหตุความพิการ ในปัจจุบันส่วนหนึ่งเกิดจากโรคไม่ติดต่อ ที่มีปัญหาแทรกซ้อน ที่พบมากที่สุดคือ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ทำให้ตาบอด ถูกตัดขา     

 

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - -  

พันตรีศิริชัย   ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล (ส.พ.ค.)

โทร. 02-990-0331

http://www.waddeeja.com

http://www.youtube.com พิมพ์ apdi. หรือ

สมาคมคนพิการ

2105531541

*********************

 

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ (apdmajor1-at-yahoo-dot-com)วันที่ตอบ 2010-05-21 15:41:32 IP : 124.122.2.176


ความเห็นที่ 5 (3213048)
uggs uggs classic tall ugg boots classic tall ugg boots boots on boots on woman boots woman boots
ผู้แสดงความคิดเห็น 1 (bojwnw-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-09-21 20:39:05 IP : 125.118.233.198


ความเห็นที่ 6 (3215325)
TEST
ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ (apdmajor1-at-yahoo-dot-com)วันที่ตอบ 2010-09-29 16:07:46 IP : 124.121.144.29


ความเห็นที่ 7 (3215566)

สธ.จัดงบ 300 กว่าล้านบริการคนพิการทั่วไทยปี 53

คมชัดลึก : สาธารณสุข ทำโครงการเทิดพระเกียรติ 82 พรรษา ให้ อสม.เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ค้นหาคนพิการ ทีมแพทย์จากโรงพยาบาลกว่า 800 แห่งทั่วประเทศตรวจรับรองความพิการ เริ่มตั้งแต่ 25 พ.ย.-3 ธ.ค. 2552 เบื้องต้นพบคนพิการรายใหม่ 122,343 คน และจะสำรวจต่อเนื่องจนถึงสิ้นเดือนนี้ โดยในปีงบประมาณ 2553 ได้จัดงบ 300 กว่าล้านบาท บริการคนพิการทั้งอุปกรณ์และการฟื้นฟูสมรรถภาพ

 นายวิทยา กล่าวว่า ในปี 2552 นี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดทำโครงการรวมพลังค้นหาและตรวจประเมินความพิการ ทุกครัวเรือนให้เข้าถึงสวัสดิการของรัฐอย่างทั่วถึง เพื่อเทิดพระเกียรติ 82 พรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นับเป็นครั้งแรกในประเทศ โดยให้อสม.ทั่วประเทศกว่า 9 แสนคน ร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข   ออกค้นหาคนพิการ ทุกครัวเรือนทั่วประเทศ เริ่มตั้งแต่ 25 พฤศจิกายน - 3 ธันวาคม2552 เบื้องต้น พบผู้มีความพิการ ชัดเจนและสงสัยว่าพิการ รวม 642,268 คน ในจำนวนนี้มีบัตรประจำตัวแล้ว 519,925 คน   ที่เหลืออีก 122,343 คนยังไม่มี ทีมแพทย์โรงพยาบาลกว่า 800 แห่งในสังกัดจะได้ตรวจยืนยันและออกหนังสือรับรองเป็นคนพิการ รายใหม่อีก    และจะขยายการสำรวจไปจนถึงสิ้นเดือนนี้   หลังจากนี้จะส่งมอบรายชื่อคนพิการ ทั้งหมดนี้ให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์   เพื่อทำบัตรประจำตัวให้คนคนพิการ เพื่อรับสิทธิต่างๆ   ต่อไป  

 ในปีงบประมาณ 2553 กระทรวงสาธารณสุข โดย สปสช. ได้จัดงบประมาณเพื่อดูแลและฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ ไว้ประมาณ 300 กว่าล้านบาท เฉลี่ยหัวละ 8 บาท โดยมีคนพิการ ที่ขึ้นทะเบียนจำนวน 567,703 คน   โดยร้อยละ 80 เป็นค่าจัดหาอุปกรณ์เครื่องช่วยคนพิการ และอีกร้อยละ 20 เป็นงบพัฒนารูปแบบบริการในโรงพยาบาล และสนับสนุนโครงการองค์กรคนพิการ เพื่อร่วมฟื้นฟูศักยภาพคนพิการ ด้วย

 ด้านนายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ความพิการ ของคนไทย ที่พบมากที่สุดเป็นความพิการ ทางกายและการเคลื่อนไหวเช่นแขนขาขาด มีร้อยละ 47 รองลงมาคือ หูหนวกร้อยละ 22   คนพิการ อยู่ในชนบทมากกว่าเขตเมือง2 เท่า และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นตามอายุ   มากที่สุดในกลุ่มอายุ75 ปีขึ้นไปถึงร้อยละ 31สาเหตุความพิการ ในปัจจุบันส่วนหนึ่งเกิดจากโรคไม่ติดต่อ ที่มีปัญหาแทรกซ้อน ที่พบมากที่สุดคือ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ทำให้ตาบอด ถูกตัดขา     

 

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - -  

พันตรีศิริชัย   ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล (ส.พ.ค.)

โทร. 02-990-0331

http://www.waddeeja.com

http://www.youtube.com พิมพ์ apdi. หรือ

สมาคมคนพิการ

3009532101

*********************

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ (apdmajor1-at-yahoo-dot-com)วันที่ตอบ 2010-09-30 21:01:35 IP : 124.122.27.104


ความเห็นที่ 8 (3215617)

ที่ สพค.  1046   /   2553

 

   1       ตุลาคม       2553

 

เรื่อง      ขอให้ท่านแก้ไขปัญหาเรื่อง ท. 74 ของคนพิการ / ติดตามเรื่องการให้บริการของรัฐเรื่อง

             การรักษาพยาบาล

เรียน     ปลัดกระทรวงสาธารณสุข    

สิ่งที่ส่งมาด้วย     1. สำเนาเอกสารที่เกี่ยวข้อง   จำนวน  11  แผ่น

                          2. โบชัวสมาคมฯ                                 1  แผ่น

                

                        สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล เป็นองค์กรของคนพิการทำงานด้านสิทธิและโอกาสของคนพิการทั้งประเทศ บริหารงานโดยคณะกรรมการซึ่งเป็นคนพิการ ได้ดำเนินงานด้านคนพิการ  ต่อเนื่องติดต่อกันมาเป็นเวลา 8 ปีซ้อน ปัจจุบันสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลได้ดำเนินการรับเรื่องร้องเรียน เพื่อแก้ปัญหาให้กับคนพิการที่ได้รับสิทธิ ต่าง ๆ ตามที่กฎหมายบัญญัติ  มีความประสงค์ขอให้ท่าน ดำเนินการติดตามเรื่องที่เกิดขึ้น ตามสิ่งที่ส่งมาด้วย และในเรื่องนี้ทางสมาคมฯ ได้เข้าพบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่  15 กันยายน 2553 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ หลักสี่ บางเขน กรุงเทพฯ และได้แจ้งท่านแล้ว ท่านรับทราบ และบอกว่า เดี๋ยวจะแก้ไขให้ เรื่องนี้เกิดที่ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ  

            จึงเรียนมาเพื่อขอความอนุเคราะห์ ให้ติดตามแก้ไข ปัญหาเรื่อง ท.74 ของคนพิการ                               

ซึ่งผู้รับบริการ  ลำบากอยู่แล้ว เมื่อเกิดปัญหานี้ คนพิการใช้สิทธิไม่ได้ตามที่รัฐบาล ประชาสัมพันธ์ต่างสื่อ ต่าง ๆ  สมาคมฯ ขอบพระคุณท่านเป็นอย่างสูง  มา      โอกาสนี้  

 

ขอแสดงความนับถือ

 

   พันตรี

( ศิริชัย    ทรัพย์ศิริ )

        นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

 

รายละเอียดเพิ่มเติม..WWW. WADDEEJA.COM

ฝ่ายธุรการ สมาคมฯ  โทร / FAX. 0-2990-0331, 08-1372-4201

 

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ (apdmajor1-at-yahoo-dot-com)วันที่ตอบ 2010-10-01 09:18:04 IP : 124.121.135.219


ความเห็นที่ 9 (3217577)

ด่วนที่สุด

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเขต 4 สระบุรี

เลขที่ 65/3 ถนนพิชัยฯ ซอย 1 ตำบลปากเพรียว อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี 18000

โทร 036-213205  โทรสาร 036-213263

สปสช.

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

ที่ สปสช. ๓๙/๐๐๕๕๐

๕ ตุลาคม ๒๕๕๓

 

เรื่อง     ความก้าวหน้าเกี่ยวกับข้อร้องเรียนของผู้รับบริการ

เรียน    นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

 

สิ่งที่ส่งมาด้วย     ๑)  ประกาศสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่องการใช้สิทธิเข้ารับบริการสาธารณสุขของทหารผ่านศึกและคนพิการ วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗                          จำนวน    ฉบับ

                            ๒)  ประกาศสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่องการใช้สิทธิเข้ารับบริการสาธารณสุขของทหารผ่านศึกและคนพิการ ฉบับที่ ๒ วันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๔๘             จำนวน    ฉบับ

 

            ตามที่  สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต ๔ สระบุรี ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล กรณีการเข้ารับบริการในโรงพยาบาลภาครัฐ ในเขตจังหวัดปทุมธานี ของผู้รับบริการ

ชื่อนาย วิชัย  อาดำ นั้น

            ในการนี้  สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต ๔ สระบุรี  ขอส่งประกาศสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่องการใช้สิทธิเข้ารับบริการสาธารณสุขของทหารผ่านศึกและคนพิการ รายละเอียดตามที่แนบเรียนมาพร้อมนี้  และขอรายงานการติดตามความก้าวหน้าเกี่ยวกับข้อร้องเรียน   โดยการประสานงานกับผู้รับผิดชอบงานสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ  สาขาจังหวัดปทุมธานี ดังนี้

-          สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต ๔ สระบุรี  ได้ดำเนินการแจ้งข้อร้องเรียน  โดยการประสานทางโทรศัพท์กับผู้รับผิดชอบ และแจ้งทางหนังสือราชการไปยังสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สาขาจังหวัดปทุมธานี ได้รับทราบ

-          โรงพยาบาลประชาธิปัตย์ ได้ให้สิทธิแก่ นายวิชัย  อาดำ  สามารถไปรับบริการที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติหรือโรงพยาบาลรัฐอื่นใดในสาขาจังหวัดปทุมธานีได้  ไม่จำกัดจำนวนครั้ง  โดยไม่ต้องใช้หนังสือส่งตัว

-          สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สาขาจังหวัดปทุมธานี อยู่ในระหว่างดำเนินการเพื่อหาข้อสรุปแนวทางในการให้บริการของทหารผ่านศึกและคนพิการในจังหวัดปทุมธานี ต่อไป

-          สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต ๔ สระบุรี ได้ดำเนินการรายงานความก้าวหน้าเกี่ยวกับข้อร้องเรียนดังกล่าว ให้เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติทราบ

 

 

                             

 

 

 

               จึงเรียนมาเพื่อทราบ

 

 

ขอแสดงความนับถือ

 

(นายสมสินธุ์   ฉายวิจิตร)

ผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต ๔ สระบุรี

 

 

 

 

 

พันตรีศิริชัย   ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล (ส.พ.ค.)

โทร. 02-990-0331

http://www.waddeeja.com

http://www.youtube.com พิมพ์ apdi. หรือ

สมาคมคนพิการ

1310530852

*********************

 

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ (apdmajor1-at-yahoo-dot-com)วันที่ตอบ 2010-10-13 08:52:46 IP : 124.121.138.130


ความเห็นที่ 10 (3221537)
Your Guide For Shopping for GHD Curly hair ghd straighteners The trend of hair follicles straightening has grow to be very popular nowadays and majority of females love to straighten their locks Inside the past it was frequent to straighten the hair follicles only on special events but currently women prefer to straighten their curly hair each day to look elegant and attractive It can be observed that hair follicles are damaged mainly because of exposure for the heat of your straightener so it can be needed to go by way of all safety measures that will minimize the harmful impacts of curly hair straighteners You will find various sorts of hair straighteners which have diverse features so the selection of your most suitable curly hair straightener is essential in accordance to the type of hair follicles so that you can stay away from the damaging effects ghd curly hair straightener could be the greatest straightener that offers quite a few advantageous capabilities You'll find distinct models of ghd locks straighteners that happen to be suitable for certain sorts of head of hair GHD IV styler may be the most ideal tool that can be used for all forms of locks GHD IV salon styler is helpful for thick hair It has wider plates that make it effortless to straighten the curly hair in brief duration of time For those having brief hair follicles GHD IV mini styler may be the greatest option to buy and it can create waves or curls too For acquiring GHD hair follicles straightener it's far better to evaluate the features and prices to select 1 which is in accordance to private demands There are lots of accessories that purchaser can obtain with the straightener so earlier than buying GHD hair follicles straightener the info about all equipment must be taken There are many ghd hair follicles straighteners that happen to be created in unique colors The coloration in the straightener has nothing to do with its features Individuals can choose any color of their choice Earlier than acquiring GHD locks straightener it's vital to make sure that it provides the warranty of two years You will discover some pretend GHD hair follicles straighteners obtainable inside the markets so the buyer ought to be sure that the item he/she is getting is original If the GHD hair follicles straightener is bought from a reputable retailer then it's going to not be a pretend straightener Cautious inspection earlier than buying the straightener lessens the dangers of getting a faux straightener
ผู้แสดงความคิดเห็น 1 (plrhyo-at-inbox-dot-com)วันที่ตอบ 2010-11-01 20:32:48 IP : 125.122.102.4


ความเห็นที่ 11 (3222409)
สวัสดิการรักษาพยาบาล ฟรีทั่วประเทศ สำหรับพระภิกษุ สามเณร น่าจะเป็นไปตั้งนานๆ เห็นแล้วรู้สึกสงสารและรันทดจิตใจมากเลยที่ภิกษุสามเณรไปเข้ารับการรักษา แต่ถูกเรียกเก็บเงินจากท่าน บางแห่งท่านไม่มีเงินจ่ายก็ให้ทำหนังสือผูกมัดสัญญาการเป็นหนี้กับโรงพยาบาล เจ็บป่วยมารักษาที่โรงพยาบาลของรัฐแล้วยังเป็นหนี้อีก! รู้สึกสะเทือนและรันทดจิตใจจริงๆ ไม่คิดเลยว่าจะเก็บเงินค่ารักษาพยาบาลจากท่าน ขอให้สวัสดิการนี้เป็นไปตลอดไปเถอะ พระภิกษุสามเณรจะได้อยู่กันอย่างผาสุกต่อไป
ผู้แสดงความคิดเห็น ดิน วันที่ตอบ 2010-11-04 15:26:50 IP : 118.175.74.236


ความเห็นที่ 12 (3226693)

ที่ สธ ๐๒๐๑.๐๑/๕๐๗

 

ถึง  พันตรีศิริชัย   ทรัพย์ศิริ  (นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล)

 

                             ตามที่ สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล ได้มีหนังสือ สพค. ๑๐๔๖/๒๕๕๓ ลงวันที่

๑ ตุลาคม ๒๕๕๓  เรื่อง  ขอให้ท่านแก้ไขปัญหาเรื่อง  ท.๗๔ ของคนพิการ/ติดตามเรื่องการให้บริการของรัฐเรื่องการรักษาพยาบาล รายละเอียดดังแจ้งแล้วนั้น

                             ในการนี้ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้พิจารณาแล้ว มอบให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี ดำเนินการต่อไป

                              จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ  จะเป็นพระคุณ

 

                                                                                          สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

 

๑๑    ตุลาคม  ๒๕๕๓

 

สำนักบริหารกลาง

กลุ่มบริหารทั่วไป

โทร ๐ ๒๕๙๐ ๑๑๗๒

โทรสาร ๐ ๒๕๙๐ ๑๑๗๔

ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์  

 general@health2.moph.go.th

 

พันตรีศิริชัย  ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนสากล.

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ (apdmajor1-at-yahoo-dot-com)วันที่ตอบ 2010-11-30 08:39:28 IP : 124.121.138.14



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.